ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ บ้านห้วยสีทน ม.6 ต.โพนทอง อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ นายฉันทลักษณ์ ฆารไสว ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในฤดูกาลผลิตข้าวนาปี 2563 ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ ได้ตั้งเป้าผลผลิตซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก 2 ชนิดคือ ข้าวเปลือกเหนียว กข 6 จำนวน 1,600 ตัน และข้าวเจ้าหรือข้าวขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 2,000 ตัน

นายฉันทลักษณ์ กล่าวอีกว่า การตั้งเป้าผลผลิตข้าวเปลือกทั้ง 2 ชนิดในฤดูกาลผลิต 2563 ดังกล่าว ถือเป็นการเพิ่มโควต้าทั้งการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์และรับซื้อผลผลิตจากชาวนา โดยเฉพาะข้าวเหนียว กข 6 ซึ่งในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2562 ที่ผ่านมา ตั้งเป้าไว้เพียง 1,000 ตัน ขณะที่ปี 2563 เพิ่มขึ้นอีก 600 ตัน รวมเป็น 1,600 ตัน ซึ่งเมล็ดพันธุ์ได้จำหน่ายให้กับชาวนาที่เป็นสมาชิกไปหมดแล้ว แต่ในส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ยังเหลือจำหน่ายในคลังเมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 50 ตัน

นายฉันทลักษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่เพิ่มโควตาให้กับผลผลิตข้าวเปลือก กข 6 นั้น เนื่องจากเป็นที่นิยมเพาะปลูกและบริโภคในครัวเรือน นอกจากนี้ชาวนายังสามารถนำผลผลิตจำหน่ายตามลานรับซื้อหรือตลาดทั่วไป และได้ราคาสูงอีกด้วย สำหรับราคารัฐซื้อผลลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกทั้ง 2 ชนิดดังกล่าว ยึดตามเกณฑ์และระเบียบของกรมการข้าว โดยมีการประกันราคารับซื้อผลผลิตข้าวทั้ง 2 ชนิด กิโลกรัมละ 19-20 บาท ขณะที่ในส่วนของการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปเพาะปลูก กิโลกรัมละ 26-27 บาท

ทั้งนี้ มีชาวนาที่เป็นสมาชิกของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ 30 กลุ่ม จำนวน 1,500 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนมากอาศัยน้ำฝนเป็นปัจจัยหลักในการทำนา นิยมทำนาดำและนาหยอด ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการในแปลงนาได้ง่ายกว่าการทำนาหว่าน โดยเฉพาะในช่วงตัดสายพันธุ์ปลอมปน ทั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้คำแนะนำชาวนาที่เป็นสมาชิก และจัดทีมตรวจแปลงนาเพื่อตัดสายพันธุ์ปลอมปนในนาข้าว เพื่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวนา ที่จะขายผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพมาตรฐาน