นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการปิดห้องร่วมประชุมรัฐมนตรีของพรรค และ ส.ส. ในการจัดสัมมนาที่โรงแรมแกรนด์วิว รีสอร์ท เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า วันนี้ได้ให้ ส.ส.เปิดใจพูดในสิ่งที่จะทำให้พรรคเดินไปข้างหน้า เหมือนกับที่ทุกคนได้ตั้งใจและเป็นไปเพื่อยุติสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ออกไปทางสื่อ และสังคม ซึ่งทุกคนได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูด และทางฝ่ายผู้บริหาร หัวหน้าพรรคและรัฐมนตรีของพรรค ก็มารับฟัง ส่วนที่ ส.ส.มีความในใจเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนไปในรูปแบบที่พรรคจะต้องเป็นทางเลือกและความหวังของประเทศ

ส่วนที่มี ส.ส.บางส่วนอยากให้พรรค ทำโพลคะแนนนิยม และผลงานของรัฐมนตรีของพรรค นายเฉลิมชัย ระบุว่า ต่อไปจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูส่วนนี้ และเรื่องโพลก็เป็นความคิดของทุกพรรคอยู่แล้ว และ ปชป.ก็ตั้งใจที่จะทำอยู่แล้วเช่นกัน แต่ครั้งนี้จะให้ ส.ส.เข้ามามีบทบาทร่วมเป็นคณะทำงานด้วย โดยระยะเวลา 1-2 เดือนนี้ก็จะปรากฎผล

ทั้งนี้ จะมีผลต่อเนื่องไปถึงการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับการทำงานของรัฐมนตรี ว่าต้องการทำงานแบบไหน และคงต้องมีการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงานครบรอบ 1 ปี ที่ต้องมาดูว่าทำอะไรอย่างไร ส่วนเรื่องที่ ส.ส.สะท้อนมากที่สุดคืออยากให้รัฐมนตรีทำงานร่วมกับ ส.ส.มากขึ้น

นายเฉลิมชัย ยังกล่าวถึงงบประมาณการลงพื้นของ ส.ส. และการทำงานท่ามกลางการรุกคืบของพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งภูมิใจไทยและพลังประชารัฐ ขณะที่คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ถดถอย นายเฉลิมชัย กล่าวว่า พร้อมรับฟังข้อมูล สิ่งไหนที่ปรับปรุงได้ ก็จะดำเนินการ แต่เข้าใจว่าวันนี้ ส.ส.มีความรู้สึกดีขึ้นและเข้าใจมากขึ้นที่ได้มีการเปิดใจคุยกัน และหัวหน้าพรรค ก็ได้เปิดใจ ส่วนตนเองก็ได้พูดคุยกับ ส.ส. ซึ่งทุกคนอยากเห็นพรรคเดินไปข้างหน้า และกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จุดประสงค์เหมือนกันทั้งหมด เพียงแต่วิธีการอาจจะทำไม่ได้ครบทุกเรื่องตามสถานการณ์ แต่คนที่มาร่วมประชุมก็เข้าใจกันแล้ว พร้อมย้ำว่าทุกอย่างจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ส่วนสิ่งแรกที่จะเกิดเป็นรูปธรรมและทำให้พรรคกลับมายิ่งใหญ่ คือการทำงานร่วมกันของ ส.ส. กรรมการบริหารพรรค และรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งงาน ส.ส.คือการทำหน้าที่ในสภาให้สมบูรณ์ ส่วนงานของผู้บริหารจะต้องมีนโยบายให้ชัดเจน ส่วนการทำงานของรัฐมนตรีทุกคนก็ทำงานอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจะทำการประสานงานให้มากขึ้นและจะทำให้เกิดภาพของความเป็นพรรคการเมืองมากขึ้น

ทั้งนี้ การปรับคณะรัฐมนตรีจะทำให้พรรคมี 7 ตำแหน่งเช่นเดิมหรือไม่นั้น นายเฉลิมชัย ระบุว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุย เพราะนายกรัฐมนตรียังไม่ได้คุยอะไรทั้งหมด