ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร . เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตำรวจตระเวนชายแดน ได้ทำการตรวจยึดอาวุธสงครามจำนวนหนึ่งจากพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีการข่าวว่า เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ ว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การค่อนข้างเป็นประโยชน์ เขามีความคิดและอุดมการณ์ทางการเมือง ส่วนจะเป็นกลุ่มใดอยู่ระหว่างขยายผล ขอให้เป็นแนวทางในการสอบสวน ทุกคนต้องเคารพแนวคิดที่แตกต่างกัน แต่อย่านำความคิดมากระทำในสิ่งผิดกฎหมาย สำหรับผู้ต้องหา 2 คน ที่จับกุมได้ไม่เคยมีประวัติค้าอาวุธมาก่อน โดยของกลางอาวุธสงครามอยู่ระหว่างส่งตรวจซีเรียลนัมเบอร์ ว่าผลิตที่ใด เส้นทางมาจากไหน จะนำไปใช้ที่ใด ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ถามว่าอาวุธล็อตนี้หากตรวจยึดไม่ได้จะเล็ดลอดเข้ามาที่กรุงเทพฯ หรือไม่พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ก็มีโอกาสที่จะเข้ามา เพราะยึดได้บริเวณตะเข็บชายแดน ต่อข้อถามว่าฝ่ายมั่นคงไม่ได้จัดฉากเพื่อสยบความเคลื่อนไหวการชุมนุม หรือต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ .?พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า เขาจะทำไปเพื่ออะไร มันไม่ได้เกิดประโยชน์ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกมาเพื่อบังคับให้ประชาชนอยู่ในกฎ ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส คงไม่มีใครอยากไปทำอะไรเพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการไปต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สังคมมองว่าบังเอิญยึดได้ก่อนมีการชุมนุมเพียง 1 วัน จริงๆ มีการสืบสวนมาโดยตลอด ตอบไม่ได้ว่าเป็นเพราะช่วงนี้หรือไม่ เรามีหน้าที่จับก็คือจับ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า กรณีการชุมนุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา การจะขออนุญาตหรือไม่เป็นประเด็นที่ฝ่ายกฎหมายได้รวบรวมพยานหลักฐานไปพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง เท่าที่ทราบมีการจัดกิจกรรมในลักษณะแบบนี้ ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ด้านการข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ขอให้หลีกเลี่ยงการชุมนุมที่ไปกระทบสิทธิ์ผู้อื่น

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ