ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดทางไปรษณีย์ พัสดุภัณฑ์ และระบบขนส่ง (Logistics) โดยมีผู้แทนภาครัฐ 13 หน่วยงาน และภาคเอกชนที่ให้บริการด้านไปรษณีย์พัสดุภัณฑ์และระบบขนส่ง (Logistics) 17 แห่ง เข้าร่วมประชุม

จากสภาวการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในปัจจุบันที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ ว่า การค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนวิธีการลักลอบขนยาเสพติด โดยใช้รูปแบบการขนส่งผ่านทางผู้ประกอบการรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์มากขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนและสามารถจับกุมผู้ที่ลักลอบขนส่งยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง ในห้วง 3 ปีที่ผ่านมา มีผลการจับกุมสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดพัสดุภัณฑ์และไปรษณีย์ได้มากถึง 267 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 200 กว่าคน ทั้งนี้เป็นยาบ้าจำนวน 1,700,000 เม็ด โดยเฉพาะช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 พบว่าการกระทำความผิดในรูปแบบดังกล่าว มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผช.ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดโดย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. จัดการประชุมร่วมกับผู้บริหารของสถานประกอบการที่ให้บริการด้านไปรษณีย์พัสดุภัณฑ์และระบบขนส่ง (Logistics) ภาคเอกชน 17 แห่ง รวมทั้งผู้แทนภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีก 13 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงคมนาคมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมการขนส่งทางบก การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมศุลกากร กรมการปกครอง และกรมสรรพากรเพื่อหาแนวทางและกำหนดมาตรการร่วมกันในการป้องปรามการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านช่องทางการขนส่งพัสดุภัณฑ์

การประชุมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำหนดมาตรการ เพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดโดยใช้การบริการขนส่งเป็นเครื่องมือหรือกรณีที่เกิดเหตุแล้วจะสามารถสืบสวนขยายผลติดตามกลุ่มผู้กระทำความผิดได้โดยอาศัยข้อมูลที่จำเป็นจากผู้ประกอบการซึ่งจะทำให้การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพและบรรลุผลอย่างชัดเจน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า การส่งของทางไปรษณีย์ ปัจจุบันไม่เพียง แค่เป็นยาเสพติดเท่านั้น แต่ยังมีอาวุธปืน ด้วย เบื้องต้น จึงได้มีการเชิญผู้บริหารรวม 17 องค์กร มาพูดคุยถึงมาตรการในการป้องกัน เพราะที่ผ่านมา ผู้บริหาร อาจจะไม่ได้เข้าไปตรวจสอบ ถึงระดับปฏิบัติงาน จึงอาจเป็นช่องว่างทำให้มีการรู้เห็นกัน ระหว่างพนักงานและกลุ่มลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งในวันนี้พบว่าทางผู้ประกอบการค่อนข้างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งหน่วยงานรัฐมีข้อมูลว่า ในอดีตมีผู้ประกอบการบางราย เป็นที่นิยมของคนร้ายที่จะใช้บริการ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ซึ่งในการประชุม ก็จะมีการพูดคุยถึงมาตรการ ในเรื่องของการป้องกัน การลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อใช้หลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ โดยในที่ประชุม มีการพูดคุยในหลายหัวข้อ อาทิ การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ขนส่ง การตรวจสอบบัตรประชาชนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายนำบัตรประชาชนบุคคลอื่นมาสวมรอยใช้ลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมาย