วันที่ 17 มิ.ย.63 เวลา 10.30 น.​ณ ห้องศูนย์ TIC ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5,พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 และ ว่าที่ พ.ต.ท.จักกราวุฒิ สุภาภรณ์ประดับ สว.ตม.จ.กำแพงเพชร ร่วมแถลงข่าว ดังนี้

1.​พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 5 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา ทั้ง 5 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและ อยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสืบสวนขยายผล ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองด้านความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบและตามเส้นทางต่างๆ พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งไว้ที่เกิดเหตุ คือ รถเก๋งสีขาวยี่ห้อนิสสัน ทะเบียนชัยนาท จากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถเก๋งสีขาวคันดังกล่าว มีผู้ครอบครองชื่อนายประมาณ​ (ทราบชื่อภายหลัง) จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของนายประมาณ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวในวันที่ เกิดเหตุ โดยตกลงรับพวกตนจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นนายประมาณผู้ขับขี่รถ ได้นำพวกตนมาทิ้งไว้ในสถานที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่มาพบและจับกุม เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดี กับนายประมาณ ในข้อหา​ “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ออกหมายเรียกให้ นายประมาณ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 ราย พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวให้กับ ตม.จ.กำแพงเพชร และดำเนินการผลักดันส่งกลับเป็นที่เรียบร้อยแล้วทางด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก

2.พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกำแพงเพชร จำนวน 8 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชรได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา ทั้ง 8 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและ อยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการสืบสวนขยายผล ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองด้านความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบและตามเส้นทางต่างๆ พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งไว้ที่เกิดเหตุ คือ รถกระบะสี่ประตู สีขาวยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก ทะเบียนนครสวรรค์

จากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถกระบะคันดังกล่าว มีผู้ครอบครอง ชื่อนายนิคมฯ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ครอบครองรถคันดังกล่าว ได้ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางจังหวัดนครสวรรค์ จึงได้ประสานเรือนจำกลางจังหวัดนครสวรรค์ เพื่อให้ทราบแน่ชัดว่า นายนิคม ถูกคุมขังอยู่จริงหรือไม่ และวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น มีผู้ใดเป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร สืบทราบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว ในวันที่เกิดเหตุนั้นคือ นายพิษณุฯ จากการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายพิษณุฯ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 8 รายดู บุคคลต่างด้าว ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพที่เจ้าหน้าที่ นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถกระบะสี่ประตูคันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยตกลงรับพวกตนจาก จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดีกับนายพิษณุ ผู้ขับขี่ ในข้อหา​ “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ออกหมายเรียก ให้นายพิษณุฯ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 8 ราย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชรได้ส่งตัวบุคคลต่างด้าวให้กับ ตม.จ.กำแพงเพชร เพื่อผลักดันส่งกลับ และได้ผลักดันส่งกลับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก

3.พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติ เมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร​ (หลังเก่า) จำนวน 5 ราย เจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ดำเนินการจับกุมบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ทั้ง 5 ราย ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ขับขี่รถแท็กซี่ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

จากการสืบสวนขยายผลตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งในที่เกิดเหตุ คือรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียน กทม. และจากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวอยู่ในสังกัดของ สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ

โดยในวันที่เกิดเหตุได้มี นายสุรินทร์ฯ เป็นผู้เช่ารถไปขับขี่รับส่งผู้โดยสาร จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายสุรินทร์ฯ ให้บุคคลต่างด้าวทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพ ที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยได้ตกลงรับพวกตนจาก จ.สมุทรสาคร เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเหมาจ่ายค่าโดยสารจำนวนทั้งสิ้น 5,000 บาท

จากนั้นได้นำพวกตนมาส่งไว้ในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่มาพบและจับกุมเจ้าหน้าที่ ตม.จ.กำแพงเพชร ได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษ แก่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร เพื่อดำเนินคดีกับนายสุรินทร์ฯ ในข้อหา “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” อันเป็นความผิดตามมาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในส่วนของบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย อยู่ในความควบคุมของ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร

4.พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ถูกปล่อยทิ้งไว้บริเวณริมถนนศาลาทางหลวง ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จำนวน 6 ราย โดยที่บุคคลต่างด้าว ทั้ง 6 ราย มีเอกสารประจำตัวถูกต้องครบถ้วน จากการสืบสวนขยายผล ตม.จ.กำแพงเพชร ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.กำแพงเพชร,เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว,เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง,เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกำแพงเพชร ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่ารถที่นำบุคคลต่างด้าวมาส่งในที่เกิดเหตุ คือรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ทะเบียนกรุงเทพ และจากการสืบสวนต่อไปพบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้มี นายจักรพนธ์ฯ เป็นผู้ขับขี่ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์และนำรูปภาพของ นายจักรพนธ์ฯ ให้บุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 รายดู และบุคคลต่างด้าวทั้ง 5 ราย ต่างยืนยันว่าบุคคลตามรูปภาพ ที่เจ้าหน้าที่นำมาให้ดูนั้น เป็นบุคคลคนเดียวกันกับคนที่ขับขี่รถแท็กซี่คันดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุ โดยได้ตกลงรับพวกตนจาก​ กรุงเทพมหานคร เพื่อไปส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก

จากนั้นได้นำพวกตนมาส่งไว้ในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ มาพบและจับกุม เจ้าหน้าที่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรมให้ดำเนินคดี กับนายจักรพนธ์ฯ ในข้อหา “ไม่ส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตกลงกันไว้หรือพาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทาง” แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522​ พนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรม ได้ออกหมายเรียก ให้ นายจักรพนธ์ฯ มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของบุคคลต่างด้าว ทั้ง 5 ราย พนักงานสอบสวน สภ.ทรงธรรม ได้อนุญาตให้เดินทางกลับประเทศ เมียนมา เป็นที่เรียบร้อย ทางด่าน ตม.แม่สอด จ.ตาก

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง