น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘Rosana Tositrakul‘ กล่าวถึงประเด็นการต้องถ่วงดุลการสอบสวนในชั้นตำรวจเพื่อธำรงความยุติธรรม โดยระบุว่า เหตุใดตำรวจต้องไปแก้ต่างให้คนยิงเสือดำว่าไม่ได้ทารุณสัตว์ และยังลงโทษภาคทัณฑ์ลูกน้องที่รับแจ้งความ แทนที่จะสอบสวนไปตามข้อเท็จจริง และศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดรอบคอบ การกระทำเช่นนี้ย่อมทำให้สังคมเกิดความสงสัย และไม่ไว้วางใจว่ากระบวนการยุติธรรมต้นทางในชั้นตำรวจนั้น จะสามารถให้ความเป็นธรรมต่อประชาชนอย่างเสมอหน้ากันระหว่างคนรวย กับคนจนหรือไม่

น.ส.รสนา กล่าวต่อไปว่า คนรวยสามารถหลุดรอดความผิดในแต่ละขั้นตอนในชั้นสอบสวนของตำรวจที่อาจจะช่วยเหลือทั้งแก้ต่างให้ และเขียนสำนวนให้อ่อนอย่างไรก็ได้ เพื่อให้รับโทษน้อยที่สุดหรือไม่ต้องรับโทษเลยก็ได้ใช่หรือไม่ กระบวนการในชั้นตำรวจคือต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรม ในขณะที่ศาลยุติธรรมคือปลายน้ำของกระบวนการยุติธรรม ตราบเท่าที่ปล่อยให้การสอบสวน และการแสวงหาข้อเท็จจริงในชั้นตำรวจขาดการตรวจสอบถ่วงดุล สังคมก็ไม่สามารถคาดหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอหน้า ใช่หรือไม่ แม้ยังไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจอย่างแท้จริงในขณะนี้ แต่สิ่งที่ควรเรียกร้องให้เกิดขึ้นคือการถ่วงดุลในกระบวนการสอบสวนและการทำสำนวนของตำรวจ การถ่วงดุลที่ควรเกิดขึ้น ดังที่ปฏิบัติกันเป็นปกติในประเทศที่เจริญแล้ว เช่น เกาหลีใต้ เป็นต้น คือการให้อัยการเข้ามามีส่วนร่วมในคดีสำคัญ ตั้งแต่เริ่มต้นในกระบวนการสอบสวน ซึ่งเป็นกระบวนการเสาะหาข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาน้ำหนักของพยานหลักฐาน ประกอบกับข้อกฎหมายในการส่งฟ้องต่อศาลยุติธรรม

“การปล่อยให้การเสาะหาข้อเท็จจริงอยู่ในมือของตำรวจโดยลำพัง ทำให้อัยการกลายเป็นเพียงแค่ตราประทับสำนวนของตำรวจในการฟ้องต่อศาลยุติธรรม หากสำนวนถูกทำให้อ่อนเพื่อช่วยเหลือกัน การต่อสู้ในชั้นศาลซึ่งเป็นปลายน้ำของกระบวนการยุติธรรมแล้ว ย่อมยากที่จะอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง ใช่หรือไม่” น.ส.รสนา กล่าว