จากสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรงในครั้งนี้ ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ได้นำหน้ากากอนามัยแบบผ้า แอลกอฮอล์สเปรย์ น้ำยาฆ่าเชื้อ เครื่องดื่มเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมสื่อสาร และติดตามการเข้าถึงนโยบาย การเยียวยารูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่องรวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นพี่น้องประชาชนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโรคระบาดเบาบางลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตรกรรมที่พบว่าจะเดือดร้อนกันในระยะยาวทีเดียว ทั้งในด้านการปลูก การพัฒนาผลผลิต การขายผลผลิต และสำคัญยิ่งราคาผลผลิตที่ตกต่ำ ยังความทุกข์ยากให้กับชาวไร่ ชาวสวน เป็นอย่างยิ่ง

พร้อมกล่าวว่า การจัดการรวมกลุ่มกันในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน จะช่วยลดสภาพปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ปัญหาด้านแหล่งน้ำ การพัฒนาที่ดิน การเข้าถึงเงินทุน การเข้าถึงนโยบายของภาครัฐ และปัญหาด้านอื่นๆตามการเพาะปลูกแต่ละประเภท การรวมกลุ่มกันจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้ ตั้งแต่การปลูก การพัฒนาผลผลิต การขาย ก็จะสามารถต่อรอง หรือเป็นผู้กำหนดราคาได้อีกด้วย และเป็นส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนา ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้เป็นอย่างดีและเหมาะสมที่สุด

ทั้งนี้ วิสาหกิจชุมชน (Community enterpric) จะเป็นระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งให้กับพี่น้องชุมชน โดยมีกรมส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เป็นหน่วยงานหลัก และเกษตรจังหวัดเป็นพี่เลี้ยงโดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆแต่ละด้านเชื่อว่าเป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับสังคมไทย อีกทั้งเชื่อมโยงการเกื้อกูลต่อสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบ “วิสาหกิจเพื่อสังคม”(social enterprise )ควบคู่กันไป โดยมีบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ตามนโยบายของที่รัฐบาลที่ผ่านมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการไว้แล้วอย่างดี