นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองการสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่า ในฐานะของประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ปกป้องคุ้มครองสิทธิในการแสดงออกโดยสันติทั้งของประชาชนและสื่อมวลชน ตรวจสอบอำนาจรัฐที่ไม่ชอบธรรมและปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนน โดยยืนยันว่าการแสดงออกของประชาชนในรูปแบบของการชุมนุม การแสดงความคิดเห็นสาธารณะต่อรัฐ เป็นสิทธิที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ และเป็นเสียงที่รัฐจะต้องฟังด้วยความเคารพ และเชื่อมั่นในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนักศึกษาและประชาชนว่าเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ

แต่การที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานกรรมาธิการการ พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ออกมาแสดงออกหลายครั้งถึงการสนับสนุนรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหารและล่าสุดยังดูถูก ใส่ร้ายว่านักศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายหนึ่ง รับผลประโยชน์ และนักศึกษาควรจะทำหน้าที่ของตนคือการเรียน นี่คือทัศนคติที่ผิด และยิ่งชัดเจนว่าสว.ที่มาจากการแต่งตั้งของคสช. เป็นความเลวร้ายที่บั่นทอนการพัฒนาการเมืองอย่างแท้จริง

อยากฝากไปยังนายเสรี ว่า ควรเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานและฟังสิ่งที่ประชาชนสะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้ จะใช้สถานการณ์โควิด-19 มาอ้างก็ฟังไม่ขึ้น เพราะตั้งแต่ก่อนโควิด การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีความชอบธรรม ไม่มีประสิทธิภาพ และมีความอื้อฉาวด้านศีลธรรมและการคอรัปชั่นเต็มไปหมด

ทั้งนี้ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ถ้านายเสรีเป็นประธานกรรมาธิการชุดนี้ แต่ไม่เชื่อในสิทธิการแสดงออกของประชาชน ก็ยิ่งสะท้อนให้ประชาชนเห็นว่า ส.ว.กลายเป็นส่วนเกินของระบอบประชาธิปไตย และทำให้ข้อเสนอเรื่อง “สภาเดี่ยว” (ตัดสว.แต่งตั้งทิ้ง คงไว้แค่ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน) เป็นข้อเสนอที่มีน้ำหนักขึ้นมาอย่างยิ่ง เพราะซ้ำซ้อน สิ้นเปลืองภาษีของประชาชน รวมทั้งผลประโยชน์ของประชาชนไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาการเมืองของประเทศไทย