21 เมย.กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ รอง ผกก.๑ บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ สว.กก.1.บก.ป., ร.ต.อ.สุรพล ชูใจ, ร.ต.อ.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง สว.กก.1บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมตัว นางโสภา ชัยปัญหาอายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงอุบลราชธานีที่ จ.85/2563 ลงวันที่ 27 มี.ค.63 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน“ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2562 ได้มีผู้เสียหาย ซึ่งถูกกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มหนึ่งหลอกผ่านทาง เฟสบุ๊ค โดยหลอกว่ากลุ่มมิจฉาชีพทำงานอยู่ในกองสลากกินแบ่งรัฐบาลและสามารถล็อคเลขสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ หากสนใจให้โอนเงินมัดจำมาให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมโอนเงินมัดจำไปให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นจำนวนรวม 160,000 บาทบาท เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีของนางโสภา หนึ่งในกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่า ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีอยู่ที่กองสลากฯ ด้วยเช่นกันแต่ภายหลังผู้เสียหายกลับไม่สามารถติดต่อกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวได้อีก ผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชาธานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีจนถึงที่สุด และพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุญาตศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านางโสภา (ผู้ต้องหา) ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตกล่องกระดาษแห่งหนึ่ง แถวถนนร่มเกล้า แขวง/เขต มีนบุรี กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหายืนอยู่บริเวณหน้าฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชาธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
นางโสภาอ้างว่าไม่รู้จักกับแก๊งดังกล่าวช่วงนั้นตนเดือนร้อนเงินพบใบปลิวเงินด่วนจึงติดต่อและนัดกันมาเจอที่ธนาคารให้ตนเปิดบัญชีพร้อมบัตรกดเงินโดยตนเองได้เงิน 3 พันบาทและจะมีการผ่อนจ่ายกันภายหลังก่อนที่แก๊งเงินกู้จะยึดบัตรกดเงินและสมุดบัญชีไปบอกว่าจะนำมาให้ภายหลังจากที่ใช้หนี้หมดแต่สุดท้ายติดต่อไม่ได้จนมาถูกจับในครั้งนี้

กองปราบปรามจึงขอประชาสัมพันธ์และเตือนภัยให้ประชาชนทราบว่า สำหรับเอกสารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สมุดบัญชีธนาคาร หรือบัตรเอทีเอ็ม ท่านควรเก็บรักษาไว้ที่ตัวท่านเอง ไม่ควรให้ผู้ใดครอบครองเอกสารสำคัญต่างๆของท่าน เพราะอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวท่านเองในภายหลังได้ และสำหรับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ขอให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้ของข้อมูลดังกล่าวเสียก่อน เพื่อไม่ให้ท่านถูกหลอก และตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้

ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์
ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ป.รวบสาวโรงงาน ร่วมแก๊งล็อคเลขหวยกองสลากเหยื่อเชื่อสูญเงินไป 1.6 แสนบาท

21 เมย.กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1.บก.ป., พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ รอง ผกก.๑ บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ สว.กก.1.บก.ป., ร.ต.อ.สุรพล ชูใจ, ร.ต.อ.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง สว.กก.1บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมตัว นางโสภา ชัยปัญหาอายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงอุบลราชธานีที่ จ.85/2563 ลงวันที่ 27 มี.ค.63 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน“ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2562 ได้มีผู้เสียหาย ซึ่งถูกกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มหนึ่งหลอกผ่านทาง เฟสบุ๊ค โดยหลอกว่ากลุ่มมิจฉาชีพทำงานอยู่ในกองสลากกินแบ่งรัฐบาลและสามารถล็อคเลขสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ หากสนใจให้โอนเงินมัดจำมาให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมโอนเงินมัดจำไปให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นจำนวนรวม 160,000 บาทบาท เข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีของนางโสภา หนึ่งในกลุ่มมิจฉาชีพอ้างว่า ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีอยู่ที่กองสลากฯ ด้วยเช่นกันแต่ภายหลังผู้เสียหายกลับไม่สามารถติดต่อกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวได้อีก ผู้เสียหายจึงได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชาธานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีจนถึงที่สุด และพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุญาตศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่านางโสภา (ผู้ต้องหา) ทำงานอยู่ที่โรงงานผลิตกล่องกระดาษแห่งหนึ่ง แถวถนนร่มเกล้า แขวง/เขต มีนบุรี กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหายืนอยู่บริเวณหน้าฯ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชาธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นางโสภาอ้างว่าไม่รู้จักกับแก๊งดังกล่าวช่วงนั้นตนเดือนร้อนเงินพบใบปลิวเงินด่วนจึงติดต่อและนัดกันมาเจอที่ธนาคารให้ตนเปิดบัญชีพร้อมบัตรกดเงินโดยตนเองได้เงิน 3 พันบาทและจะมีการผ่อนจ่ายกันภายหลังก่อนที่แก๊งเงินกู้จะยึดบัตรกดเงินและสมุดบัญชีไปบอกว่าจะนำมาให้ภายหลังจากที่ใช้หนี้หมดแต่สุดท้ายติดต่อไม่ได้จนมาถูกจับในครั้งนี้

กองปราบปรามจึงขอประชาสัมพันธ์และเตือนภัยให้ประชาชนทราบว่า สำหรับเอกสารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สมุดบัญชีธนาคาร หรือบัตรเอทีเอ็ม ท่านควรเก็บรักษาไว้ที่ตัวท่านเอง ไม่ควรให้ผู้ใดครอบครองเอกสารสำคัญต่างๆของท่าน เพราะอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวท่านเองในภายหลังได้ และสำหรับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ขอให้ประชาชนตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้ของข้อมูลดังกล่าวเสียก่อน เพื่อไม่ให้ท่านถูกหลอก และตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้