นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาของระบบการคัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับเงินเยียวยาจากรัฐบาล ทำให้ประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิ ว่า ภาพที่ประชาชนบุกกระทรวงการคลัง จนต้องปิดประตูหนีประชาชนนั้น อธิบายสถานการณ์ความรับผิดชอบของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี การจัดระเบียบความปลอดภัยไม่ให้ประชาชนบุกเข้าไปอีก สะท้อนการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพ ไม่ต่างจากการบอกว่า ถ้าลงทะเบียนไม่ผ่านให้อุทธรณ์ออนไลน์ได้ ถ้าไม่ผ่านอีกจะต้องถึงขั้นฎีกาออนไลน์กันอีกหรือไม่ ทั้งที่ถ้าการเยียวยาไม่มีปัญหาคงไม่มีประชาชนบุกไป นี่คือหลักฐานที่รัฐบาลสารภาพเองว่าการเยียวยาของรัฐบาลเป็นปัญหา ประชาชนได้รับผลกระทบจากการบริหารและการออกมาตรการที่ผิดพลาดของรัฐบาล จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ระบบเอไอที่นำมาใช้คัดกรอง ถ้าไร้ประสิทธิภาพ ไม่สอดรับกับสภานการณ์ปัจจุบัน ต้องทบทวน ปรับปรุง ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ เพราะความทุกข์ร้อนของประชาชนรอไม่ได้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนวิธีการคัดกรองใหม่ และเร่งเยียวยาประชาชนทุกกลุ่มอย่างเสมอภาค ไม่สร้างความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้ อย่ามัวแต่ไปแนะนำประชาชนตากแดดฆ่าเชื้อโรค เงินมีแล้ว ยิงศรให้ตรงเป้า จ่ายเงินเยียวยาให้ถูกคน ไหนบอกว่าจะไม่ทิ้งกันแต่ไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ มีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังจำนวนมาก

นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) จำนวน 33 คน มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองการจัดซื้อพัสดุ และ เวชภัณฑ์ ป้องกัน ควบคุม และ รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19 ซึ่งเคยเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข แม้จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ได้ยึดอำนาจกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว รวมถึงก่อนหน้านี้ได้ตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ จนถูกตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลได้ยึดอำนาจกระทรวงพาณิชย์ จากพรรคร่วมรัฐบาลไปแล้วหรือไม่ แม้แนวทางการแก้ไขปัญหาจะเป็นลักษณะรวบและกระชับอำนาจ มารวมศูนย์ไว้ที่พล.อ.ประยุทธ์และคนใกล้ชิด แต่ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน รวมถึงปัญหาจำหน่ายเกินราคา ปัญหาการกักตุน ยังมีอยู่ ซึ่งปัญหาการกักตุนหน้ากากอนามัย จนทำให้หน้ากากขาดแคลน จำหน่ายเกินราคา ที่รัฐบาลยอมรับสารภาพเอง ถึงวันนี้แม้จะมีสารพัดกรรมการชุดต่างๆ ก็ยังแก้ไขไม่ได้