นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. เปิดเผยถึงกรณีที่มีบุคคลบางกลุ่ม ตัดต่อและเผยแพร่คลิปวิดีโอกล่าวหาว่าตนเป็นคนสั่งการให้มีผู้ก่อเหตุวางเพลิงในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่ม นปช.ปี 53 และยังคงกระทำต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ ทั้งที่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ม.ค.53 ที่เขาสอยดาว จ.จันทบุรี ก่อนการประกาศวันชุมนุมใหญ่ที่สะพานผ่านฟ้า และถ้ารับฟังเนื้อหาทั้งหมด 24 นาทีอย่างคนมีสติและเคารพความจริง ก็จะชัดเจนว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ การตัดต่อคลิปดังกล่าวเริ่มจาก ศอฉ.นำมาใช้แถลงข่าวหลังยุติการชุมนุม ทำให้ตนซึ่งถูกจองจำอยู่เป็นเวลา9เดือนไม่มีโอกาสชี้แจง หลังจากออกมาก็เห็นว่าเวลาล่วงเลยไปมาก และมั่นใจในความบริสุทธิ์ จึงคิดจะพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม แต่ปรากฏว่าในชั้นศาลนายถวิล เปลี่ยนศรี ในฐานะเลขาธิการ ศอฉ.ให้การเป็นพยานโจทก์คดีก่อการร้ายว่าตนพูดเมื่อวันที่ 8 เม.ย.53 ที่แยกราชประสงค์ ขณะที่ล่าสุดวันที่ 14 ก.พ.พนักงานสอบสวนดีเอสไอให้การว่าตนพูดเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 ซึ่งเป็นความเท็จทั้งคู่ ถ้าไม่ใช่การโกหกจนเชื่อกันเอง ก็เป็นการใส่ร้ายเพื่อหวังผลในคดีก่อการร้าย และสร้างความชอบธรรมให้การปราบปรามประชาชนที่ตนกำลังทวงถามความยุติธรรมอยู่ขณะนี้

“ผมได้มอบหมายทนายความรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความต่อปอท.ในวันที่ 28 ก.พ. เวลา 10.00 น. ให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้เผยแพร่คลิปตัดต่อดังกล่าว ตลอดจนคนวิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดความเสียหาย โดยเบื้องต้นจะมีการแจ้งความผู้เผยแพร่หลายราย และจะเรียกร้องค่าเสียหายในขั้นตอนต่อไป และถ้ามีการตรวจสอบพบอีกก็จะดำเนินคดีเพิ่มอีก อย่างไรก็ตาม แม้มั่นใจว่าในที่สุดความจริงจะปรากฏ แต่เมื่อมีความพยายามอย่างเป็นกระบวนการที่จะนำความเท็จนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ผมจึงต้องทำหน้าที่เพื่อไม่ให้เพื่อนมิตรอีกจำนวนมากต้องได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้” นายณัฐวุฒิ กล่าว