นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติให้บูรณาการงานร่วมกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาไฟป่าทางภาคเหนือ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด และดำเนินการอย่างเต็มที่ๆสุด ไม่ให้ละเว้นเด็ดขาด ถ้าจับใครได้ก็ดำเนินการให้เต็มที่

ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3-4 รายแล้ว และจะจับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการฟ้องร้องคดีมากขึ้นหลังจากที่เมื่อก่อนไม่มีการฟ้องคดี แต่ในปัจจุบันให้ทางราชการเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องดำเนินคดีทุกราย โดยนายกรัฐมนตรีให้ทุกหน่วยงานทำงานภายใต้กรอบกฎหมายที่สามารถจะทำได้ให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้ร่วมมือและช่วยกัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่ทุกกระทรวงร่วมมือดำเนินการกันอยู่แล้วในขณะนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนธิกำลังร่วมกันทุกหน่วยงานเพื่อให้มีชุดปฏิบัติการ ชุดละประมาณ 10 คน เข้าไปในทุกหมู่บ้าน เพื่อความเข้าใจ ซึ่งผลที่ออกมาทำให้จุดความร้อนในพื้นที่แต่ละแห่งนั้นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งชุดปฏิบัติการดังกล่าวยังดำเนินการ ต่อเนื่องต่อไป โดยผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ นายวราวุธ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการพูดถึงแต่ขณะนี้ทางกระทรวงดำเนินการประกาศปิดป่าแล้ว

ส่วนกรณีข้อเรียกร้องให้แจกหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษให้กับประชาชนภาคเหนือ นายวราวุธกล่าวว่า ซึ่งถ้าหน้ากากอนามัยที่จะป้องกันPM2.5 ได้ก็ต้องเป็น N95 ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรในขณะนี้ เนื่องจากเป็นผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การบริหารราชการมีความละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นแต่ เราจะพยายามทำให้เต็มที่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในวันที่ 8-9 เมษายนนี้ ตนแลพคณะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย เพื่อไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองอีกครั้ง