นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยจากการรายงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พบว่าสถานการณ์น้ำสายหลักภาคเหนือ น้ำน้อยถึงน้อยวิกฤติ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้ำน้อยถึงปกติ ภาคตะวันออก ภาคใต้ น้ำน้อย โดยแม่น้ำเจ้าพระยามีค่าความเค็ม 0.37 กรัมต่อลิตรอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง

ซึ่งจากการประเมินสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการประเมินสถานการณ์ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ พบว่า ยังไม่มีปัจจัยใดที่จะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเช่นเดียวกับปี 2554 ตามที่นักวิชาการบางคนคาดการณ์เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศโดยใช้ข้อมูลล่วงหน้าระยะยาว 5 ปี (พ.ศ 2558-2563) มีความคลาดเคลื่อนสูง โดยปี 2554 เกิดปรากฎการณ์ลานิญากำลังแรง ทำให้เกิดฝนตกหนักแต่ในปี 2563 นี้ ยังไม่พบการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว รวมถึงรูปแบบของฝนที่ตกแตกต่างกัน ซึ่งปี 2554 ฝนตกตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. และฝนตกหนักตั้งแต่ภาคเหนือ มีค่าสูงกว่าปกติตั้งแต่เดือนพ.ค.เป็นต้นมา ประกอบกับมีพายุเข้าไทยโดยตรง 1 ลูก และมีพายุอีก 4 ลูกที่มีอิทธิพลทำให้ฝนตกหนัก แต่ปี 2563 นี้ การคาดการณ์ฝนยังไม่พบสัญญาณการเกิดฝนตกหนักในต้นฤดูฝน โดยการคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 3 เดือน ช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 63 ประเทศไทยตอนบน จะมีปริมาณฝนตกต่ำกว่าค่าปกติ 5 % ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำต้นฤดูฝนน้อยกว่า 30 % โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันยังเหลือช่องว่างสามารถรองรับน้ำมากถึง 16,000 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ง 24 จังหวัดนั้น กรมชลประทานสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคพื้นที่ จ.สิงห์บุรี จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งกำจัดวัชพืชเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ ส่วน จ.ลำพูน จ.นครนายก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ขุดเจาะบ่อบาดาลแล้ว 1,201 บ่อ เป่าล้างบ่อบาดาล 274 บ่อ ซ่อมระบบประปา 253 แห่ง และการประปานครหลวง ได้แจกจ่ายน้ำประปา ณ สำนักงานประปาสาขาทั้ง 18 สาขา โดยมีประชาชนมารับน้ำ 119 ราย ปริมาตรน้ำ จำนวน 2,895 ลิตร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนด้วยแล้ว