นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธาน กมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สปท. โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘เสรี สุวรรณภานนท์‘ เปิดเผยถึง การวิเคราะห์ปัญหา วิกฤติ “อยากเลือกตั้ง” โดยกล่าวว่า ตนว่าช่วงนี้ ใครอยากเลือกตั้งเร็วๆ อาจต้องรอไปก่อน เพราะแม้ว่า หากคสช.จะกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.ไว้แน่นนอนก็ตาม และแม้ว่า การเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญก็ตามเช่นกัน แต่ภายหลังจากที่ สนช.มีมติ ไม่รับรองผู้สมัครเป็น กกต.ทั้ง 7 คน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ก็ตาม ซึ่งการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งนี้ เนื่องจากวิกฤติที่เกิดจากตัวรัฐธรรมนูญเองที่วางหมากไว้หลายชั้น จนพันตัวเองหรือสร้างปัญหาให้ตัวเองในหลายเรื่องหลายประเด็นดังเช่น วิกฤตที่เกิดจาก สนช.ที่อาจมีมติล้มกระดานไม่เอาผู้สมัคร กกต.ทั้ง 7 คนเหมือนที่เพิ่งผ่านมาอีกก็ได้ ที่ผู้สมัคร กกต.ที่จะเสนอชื่อมากี่ครั้งก็ตาม มีโอกาสถูกล้มกระดานได้ตลอด

มันทำให้เห็นวิกฤติของรัฐธรรมนูญที่กำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเป็น กกต.ว่าจะต้องได้คนดีจริงๆขั้นเทพมาเป็น กกต. วิกฤติที่เกิดจากผู้สมัคร ที่มีคุณสมบัติขั้นเทพดังกล่าวที่จะไม่มีใครอยากสมัคร เพราะสมัครแล้วอาจจะเสียประวัติสูง ซึ่งคนดีขั้นเทพจริงๆคงไม่เอาชีวิตทั้งชีวิตที่สร้างสมมา มาเสี่ยงให้ตรวจคุณสมบัติและความประพฤติและในที่สุด มาให้ สนช. มีมติลงคะแนนว่าไม่เห็นชอบดังที่เพิ่งลงมติไปหมาดๆ อันทำให้คนผู้สมัครเหล่านี้กลายเป็นผู้มีมลทินไปในพริบตา ไอ้ที่บอกเป็นคนดีขั้นเทพ ต่อนี้ไปจะหมดสภาพเสียผู้เสียคนกันละคราวนี้ ซึ่งคนอื่นอาจไม่คิด แต่เจ้าตัวก็จะต้องคิดไปจนวันตายแน่ โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้พิพากษามาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่สร้างสมความดีงามหล่อหลอมความดีมาชั่วชีวิต สนช.มีมติไม่เอาเฉยทั้ง 7 คน และต่อไปที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คราวต่อไปก็คงไม่อยากเลือกใครอีก เพราะผลการเลือกเป็นภาพสะทัอน ของผู้เลือก ซึ่งเลือกมาอย่างไร ทำไม สนช.ไม่เอาด้วย ซึ่งความจริงแล้ว ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกและเสนอขื่อใครมาก็ควรต้องเป็นคนนั้น แต่การที่ รธน. กำหนดไว้เช่นนี้ จึงทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งของการใช้อำนาจสูงสุดที่เป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศต่อไป

คนที่มีคุณสมบัติขั้นเทพจริงๆ ก็คงไม่มีใครอยากมาสมัคร เพราะสมัครแล้วเหมือนถูกจับมาแก้ผ้าโชว์ความงามแล้วบอกไม่เอา หรือวิกฤติที่เกิดจากบุคคลที่จะได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่มีคุณสมบัติขั้นเทพ แต่พอ สนช.ไม่เอาด้วย กลายเป็นคนมีคุณบัติด่างพร้อย และที่ประชุมใหญ่ศาลฎืกา ก็คงไม่อยากเลือกใครอีกเพราะ เลือกแล้วไม่จบ กลายเป็นมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาถูกตั้งคำถามเยอะ ทำให้เสียหายได้ ทั้งที่เป็นอำนาจอธิปไตยสูงสุดของประเทศ เชื่อได้ว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเองก็ไม่อยากเลือกใคร เพราะเลือกไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่า สนช.จะเอาหรือไม่เอาอีกหรือเปล่า ส่วน วิกฤติที่เกิดจาก กกต.ที่ทำหน้าที่อยู่ปัจจุบันก็คงทำหน้าที่ชั่วคราวในระหว่างที่รอให้มี กกต.ขุดใหม่เข้ารับหน้าที่ กกต.ชุดเก่าก็คงต้องนั่งภาวนาอยากให้ กกต.ตัวจริง ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ เพราะเป็น กกต.ชั่วคราว ในระหว่างเลือกตั้งคงไม่ดีแน่ เนื่องจากภาระและความรับผิดชอบเป็นของจริงไม่ใช่ของชั่วคราว

“ซึ่งงานหรือภารกิจของ กกต.ก็จะอยู่บนความขัดแย้งของทุกฝ่ายที่ต้องการชนะการเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ที่ กกต.จะต้องถูกแจ้งความ ถูกฟ้องหรือถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน และคดีความก็จะติดตัวต่อไป แม้ว่าจะพ้นหน้าที่ไปแล้ว ซึ่งหากพลาดก็มีโอกาสคิดคุกติดตะรางเหมือนอดีตที่ผ่านมา มันไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลย กับการเป็น กกต.ชั่วคราวในยุคนี้ น่าเป็นห่วงประเทศไทยจริงๆ ครับ ช่วงนี้”