นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตข้าวในประเทศปีการผลิต 2562/2563 ผลผลิตข้าวเปลือกจากเกษตรกรทั่วประเทศมีปริมาณ 28.44 ล้านตัน เมื่อแปรสภาพเป็นข้าวสารแล้วมีปริมาณจะอยู่ที่ 18.8 ล้านตัน โดยมีการส่งออกเฉลี่ย (ปี 2562) 7.58 ล้านตัน จึงมีส่วนเกินเหลือใช้ในประเทศได้ 11.22 ล้านตัน โดยอัตราการบริโภคข้าวของประชาชนในประเทศมีปริมาณ 80 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือ ประมาณปีละ 6 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งข้าวสารที่สามารถใช้ในประเทศมี 11.22 ล้านตัน ถือว่าเพียงพอต่อการบริโภคของประชาชน

อย่างไรก็ตามในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จีนถือเป็นประเทศตัวอย่างที่ดีในหลายมิติ หนึ่งในนั้นคือมิติเรื่องความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ซึ่งรัฐบาลจีนได้เตรียมวัตถุดิบอาหาร และอาหารพร้อมรับประทานจัดสรรแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและพอเพียงแก่ประชากรจีนกว่าพันล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีนมีสต๊อกข้าวส่วนเกินจากการบริโภคภายในประเทศอยู่ถึง 115-118 ล้านตัน

ดังนั้น ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของไทยอาจต้องถอดบทเรียนจากจีน โดยอาจสร้างความร่วมมือกันในเรื่องการจัดการปริมาณสต๊อกข้าว เพื่อความมั่นคงทางอาหารและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามแนวคิดการสำรองอาหารในประเทศขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ซึ่งแนะนำว่า แต่ละประเทศควรสำรองอาหารจำพวกข้าว/ธัญพืช ขั้นต่ำให้เพียงพอต่อการบริโภคของประชากรทั้งประเทศในระยะเวลา 3 เดือน

โดยประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ อาทิ อินเดีย จีน และเวียดนาม ต่างหันมาใช้มาตรการปิดประเทศ (Lockdown) และเน้นการผลิตอาหารเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศตนเองเป็นหลัก ส่งผลให้เกิดการชะลอการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อการส่งออก และอาจทำให้ประเทศใดประเทศหนึ่งซึ่งต้องการนำเข้าข้าวหันมาสั่งซื้อข้าวจากไทยเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น ทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและคำนึงถึงการบริหารจัดการสต๊อกข้าวสำหรับการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกข้าวอย่างเหมาะสมและสมดุล

ทั้งนี้ ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุด ประเทศต่างๆ น่าจะมีความต้องการบริโภคข้าวและสินค้าอาหารที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะเป็นโอกาสทองของไทยในการผลักดันการส่งออกข้าวไทยไปยังทั่วโลก