นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ล่าสุด ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) ได้เห็นควรให้มีการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศรูปแบบใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันนี้ โดยได้มีการกำหนดส่วนแบ่งการใช้สำหรับกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์จำนวนวันละ 2.3 ล้านชิ้น

ส่วนแรกจำนวน 1.3 ล้านชิ้น มอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข นำไปกระจายให้กับโรงพยาบาลทุกสังกัดทั่วประเทศ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการป้องกันระหว่างการทำงานคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนที่ 2 อีกประมาณ 1 ล้านชิ้น มอบให้ทางกระทรวงมหาดไทย ส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในฐานะผู้บัญชาการการควบคุมโรคโควิด-19 ระดับจังหวัด เป็นผู้บริหารจัดการ ตามความจำเป็น ซึ่งในขณะนี้การกระจายของโรคออกไปยังจังหวัดต่างๆ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้าใจสถานการณ์ของการแพร่ระบาดในระดับท้องถิ่นเป็นอย่างดี และสามารถวางแผนในการกระจายหน้ากากอนามัยให้กับพื้นที่ของตนเอง ไปยังหน่วยงานต่างๆได้ตามความเหมาะสม นวมถึงการดูแลประชาชน ซึ่งในแต่ละจังหวัดความต้องการใช้ในแต่ละส่วนอาจไม่เท่ากัน โดยเวลานี้ถือว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการกระจายหน้ากากอนามัยแล้ว ตามที่ ศบค.เห็นควร

และสำหรับความต้องการอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์อื่นๆ อาทิ หน้ากาก N95 หรือ ชุด PPE กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ประสานจัดการ ทั้งหมดเนื่องจาก รับรู้และเข้าใจความต้องการในการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ของแต่ละโรงพยาบาลเป็นอย่างดี

แต่อย่างไรก็ตามอยากให้สังคมเข้าใจ ว่าความต้องการ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์เวลานี้มีความต้องการสูงมากขึ้นเรื่อยๆ การนำเข้าหรือแม้แต่การผลิตในประเทศไม่ทันกับความต้องการ จึงทำให้บางพื้นที่ขาดแคลน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ หากจะมีการนำเข้าหรือแม้แต่การผลิตในประเทศก็มีแผนที่จะชดเชยต้นทุนการผลิตให้โรงงานต่างๆในอัตราที่เหมาะสม เพื่อให้ยังสามารถผลิตสินค้าป้อนให้กับตลาดได้อย่างต่อเนื่อง