วันที่10 มีค -63 สืบเนื่องจาก กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในละแวก ถ.ศรีปราช ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชว่า ย่านดังกล่าวมีสถานบริการเปิดเป็นร้านคาราโอเกะบังหน้า แต่แอบแฝงการค้าประเวณีหญิงชาวลาวหลายสิบคน จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ 23.30 น.
พลตำรวจตรีวรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม., พันตำรวจเอกภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบก.ปคม. สั่งการให้
พันตำรวจเอกอภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก. 5 บก.ปคม. พันตำรวจโทมนต์ชัย เพ็งเลิศ รอง ผกก. 5 บก.ปคม. พันตำรวจโทวิศิษฏ์ ศรียาภัย สว.กก.5 บก.ปคม. พันตำรวจโทอนุรักษ์ บุญค้ำพงษ์ สว.กก.5 บก.ปคม.

นำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุมร้านหัถวิทย์คาราโอเกะ ย่านโรงแรมทักษิณา ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จากการตรวจสอบปรากฏพบหญิงสาวชาวลาวเป็นจำนวนมากแอบแฝงมาขายบริการทางเพศ จากการสืบสวนทราบว่าร้านคาราโอเกะดังกล่าว จะเปิดบริการ เวลาประมาณ 20:00 น. – 4:00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัว นางสาวสุกฤตา นิลสุวรรณ อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยพนักงานและหญิงสาวชาวลาวรวมทั้งสิ้น 9 คน โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า

“ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต , เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระ จัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม , เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม , เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน , เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมกระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี , ประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต , เข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือกระทำการดังกล่าวในที่อื่นใด เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่สาธารณสถาน และ เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น , เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ , เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น”

พันตำรวจเอกอภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ยังเปิดเผยอีกว่า ร้านคาราโอเกะดังกล่าว ได้เปิดเป็นร้านคาราโอเกะบังหน้า แต่ชั้น 2 และชั้น 3 ของอาคาร ได้ดัดแปลงกั้นเป็นห้องซอยย่อย จำนวนหลายสิบห้อง มีห้องอาบน้ำและอุปกรณ์อาบน้ำไว้บริการแขกที่มาซื้อบริการทางเพศหญิงลาว จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบหญิงลาวที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวเข้าจับกุม พบว่าหญิงสาวชาวลาวอีกบางส่วนได้วิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้ จะได้ดำเนินการประสานโรงพักท้องที่ เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดี และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีต่อไป