วันที่ 26 กพ.2563จากกรณีกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ปิดล้อมตรวจค้น 21 จุด ในจังหวัดนครสวรรค์และกรุงเทพ เพื่อคลี่คลายคดีการหายตัวไปของนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีปลอมแปลงเอกสารโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง หรือเสี่ยจืด กว่า 300 ล้านบาท หลังถูกกลุ่มคนร้ายข่มขู่ น.ส.พนิดาให้ตัดสินยกฟ้องคดี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ น.ส.กัณฐณา ศิวาธนะพล หรือน้ำตาล และ น.ส.อุรชา พรหมา หรือป้อนข้าว ตกเป็นผู้ต้องหา โดยจากปฏิบัติการครั้งนี้ชุดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา 6 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี นายมานัส ทับนิล อายุ 67 ปี นายณรงศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 49 ปี นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข อายุ 34 ปี นายชาติชาย เมณฑ์กุล อายุ 31 ปีและ นายธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด อายุ 62 ปี ในความผิด 6 ข้อหา โดยผู้ต้องหาบางส่วนรับสารภาพว่า ทำร้ายนายวีรชัยจนเสียชีวิตแล้วเผาศพนำชิ้นส่วนไปทิ้งแม่น้ำ โดยวานนี้ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 รายไปขออำนาจศาลอาญาทุจริตฯฝากขังผัดแรก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 26 ก.พ. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการให้ตำรวจกองปราบปราม นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นฟาร์มไก่ธงชัย ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านดอนวัด ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นของ ด.ต.ธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาอยู่ในทีมร่วมกันอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชาย น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ แบบยกสูง 4 ประตู สีขาว 1 คัน และที่ท้ายกระบะบรรทุกรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง เอาไว้อีก 1 คัน เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดนำกลับไปตรวจสอบ โดยขณะเข้าตรวจค้นมีนายสายชล เข็มทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านดอนวัด ต.หนองกรด มาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของรถกระบะ และคอยดูแลฟาร์มดังกล่าว

จากการสอบถามนายสายชล เบื้องต้นระบุว่ารู้จักและสนิทสนมกับ สจ.อ๊อด มานาน และรถกระบะที่ถูกยึดไปตรวจสอบ ก็เป็นรถของตนที่ สจ.อ๊อดยืมมาใช้นานแล้ว ส่วนรถจักรยานยนต์เป็นของ สจ.อ๊อดเอามาไว้ใช้ขี่ไปมาระหว่างฟาร์มไก่ ซึ่งในฐานะที่รู้จักสจ.อ๊อด ส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการอุ้มฆ่า และก็ไม่เชื่อด้วยว่า นายชาติชาย เมณฑ์กุล และนายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ลูกน้องของ สจ.อ๊อด ที่ถูกจับพร้อมกัน จะร่วมลงมือด้วย เพราะสองคนนี้เป็นเด็กในหมู่บ้านที่ สจ.อ๊อดมักจะจ้างให้มาช่วยงานเวลามีการจัดแข่งชนไก่ และงานของหมู่บ้าน ไม่น่าจะเป็นไปได้ว่ามีพฤติกรรมโหดเหี้ยมเหมือนที่ปรากฏอยู่ตามข่าวที่มีการนำเสนอ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้สจ.อ๊อด ในสมัยที่ยังรับราชการตำรวจมีความสนิทสนมกับ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ในฐานะลูกพี่ลูกน้องในชีวิตแวดวงราชการมานานหลายปี กระทั่ง พ.ต.ท.บรรยิน ลาออกจากข้าราชตำรวจเข้าสู่สนามการเมือง ด.ต.ธงชัย ก็ตัดสินใจลาออกลงมาเล่นการเมืองตาม

ขณะที่ทางด้านพล.ต.ต.จิรภพ กล่าวถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่แสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามคำให้การ เพื่อนำมาประกอบสำนวน ในส่วนการค้นพบซากชิ้นส่วนกระดูกที่บริเวณจุดเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้นำไปตรวจสอบแล้ว คาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นานจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ดีขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนสอบปากคำไปแล้ว 20 ปาก เหลืออีกประมาณ 40-50 ปาก รวมทั้งจะต้องเชิญแพทย์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ มาสอบปากคำเพิ่มเพื่อรวบรวมในสำนวนคดีต่อไป

รายงานข่าวระบุว่า จากแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบและบก.สส.บช.น. หลังได้รับคำสั่งจากพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. และพล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก.ให้เข้าสืบสวนทำคดีการหายตัวไปของนายวีรชัย พี่ชายผู้พิพากษา ศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานข้อมูลต่างๆ ทั้งจากพยานบุคคล พยานหลักฐานต่างๆ และข้อมูลการติดต่อของกลุ่มแก๊งผู้ต้องหา จนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพ.ต.ท.บรรยิน ได้มีการสั่งให้ด.ต.ธงชัย วจีสัจจะ หรือสจ.อ๊อด คนสนิท ที่เคยทำงานให้พ.ต.ท.บรรยิน มาโดยตลอด จัดหาคนมาร่วมงานในครั้งนี้ โดยทางส.จ.อ๊อด จึงได้ติดต่อนายประชาวิทย์ ศรีทองสุข และนายชาติชาย เมณฑ์กุล ซึ่งเป็นเด็กในละแวกหมู่บ้านให้มาร่วมงานกับพ.ต.ท.บรรยิน หลังจากได้คนแล้วจึงได้ติดต่อให้นายมานัส ทับนิล ขับรถไปรับนายประชาวิทย์ และนายชาติชาย มาที่บ้านของพ.ต.ท.บรรยิน ภายในซอยรัชดา 33 เพื่อร่วมฟังแผนการ

โดยที่ผ่านมา นายธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด ไม่ได้ปรากฏตัวอยู่ในเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่การวางแผน วันที่อุ้มนายวีรชัย และการหลบหนีของกลุ่มผู้ต้องหา ไปจนถึงเรื่องการเผานั่งยาง ทั้งนี้เป็นไปตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งยังมีคำให้การของผู้ต้องหาที่ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ได้รับการติดต่อจากส.จ.อ๊อด ให้มาร่วมก่อเหตุกับพ.ต.ท.บรรยิน ในครั้งนี้ จนเป็นที่มาของการออกหมายจับนายธงชัย วจีสัจจะ ในครั้งนี้ ส่วนเรื่องที่บอกว่าส.จ.อ๊อด ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ตอนที่เกิดเหตุตั้งแต่ต้นนั้น เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้บรรยายในสำนวนคำร้องฝากขังศาลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม แนวทางสืบสวนดังกล่าวสอดรับกับสจ.อ๊อด ที่ปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในทีมอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา แต่รับสารภาพตามข้อเท็จจริงว่า ได้รับการว่าจ้างพันตำรวจโทบรรยิน 200,000 บาท ให้จัดหาลูกน้อง 2 คน โดย ส.จ.อ๊อด จ้างทีมอุ้ม 50,000 บาท โดยบอกว่าอุ้มทวงหนี้ วันเกิดเหตุ พ.ต.ท.บรรยิน แต่งเครื่องแบบตำรวจเดินทางไปด้วย และบอกกับทีมอุ้มว่าจำเป็นต้องแต่งเครื่องแบบ เพื่อให้เป้าหมายกลัว และจะได้ยอมจ่ายเงินคืนให้โดยดี ซึ่งหลังจากส่งลูกน้องให้พันตำรวจโทบรรยิน แล้ว ตัวเองก็จึงได้ใช้ชีวิตตามปกติ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากปรากฎภาพสจ.อ๊อด ไปร่วมงานศพคนในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 4 กุมภาพันธ์

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่าชุดสืบสวนพบหลักฐานยืนยันว่า ช่วงเช้าวันที่ 4 กุมภาพันธ์ สจ.อ๊อด ได้ขับรถขับรถกระบะ โตโยต้าวีโก้ สีขาว พานายประชาวิทย์ ศรีทองสุข หรือ นายตูน และนายชาติชาย เมณฑ์กุล หรือนายเปรี้ยว ออกจากฟาร์มไก่ เพื่อนำทั้ง 2 คนมาส่งขึ้นรถกระบะฟอร์ด สีดำ โดยภายในมีนายมานัสเป็นผู้ขับรถ พันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ นั่งข้างคนขับ และนายณรงค์ศักดิ์นั่งอยู่ข้างหลัง ก่อนที่นาย ชาติชาย และนายประชาวิทย์ จะขึ้นรถ รวม5คน ขับเข้ากรุงเทพมหานครไปก่อเหตุ

ทั้งนี้มีรายงานผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นพบว่า คราบเลือดที่พบบนรถยนต์โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ ที่ใช้เป็นรถยนต์ก่อเหตุ ระบุผลตรวจยืนยันว่าเป็นคราบเลือดของนายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เฉกเช่นกับแหวนรูปเต่า กับหัวเข็มขัดที่พบในจุดเผาศพ ที่ญาติและครอบครัวผู้ตายยืนยันแล้วว่าเป็นของนายวีรชัย ขณะที่ชิ้นส่วนกระดูก และกะโหลกศีรษะที่เพิ่งพบนั้น อยู่ระหว่างนำไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งสัปดาห์หน้าจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ในครั้งนี้ สำหรับรถยนต์ของกลางทั้งหมด 4 คันที่ทางตำรวจกองปราบปรามตรวจยึดมาก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบพบว่ารถทั้ง 4 คัน ปรากฏชื่อของ พ.ต.ท.บรรยิน กับภรรยา และลูกชาย เป็นเจ้าของรถ และมีรถบางคันที่เป็นรถที่กลุ่มผู้ต้องหารายนี้ไปจัดหามาใช้ก่อเหตุ