เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.วิเชียร ตันตะวิริยะผบช.สพฐ.ตร.เปิดเผยว่า อาชญากรรมก็มีการใช้เทคนิควิธีการที่สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมพื้นฐาน เช่น การปล้น ฆ่า ข่มขืนกระทำชำเรา ตลอดจนอาชญากรรมพิเศษ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะต่าง ๆ ในลักษณะเป็นรูปแบบองค์กรอาชญากรรม

ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพิสูจน์พยานหลักฐานในการสืบหาการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจริงและหาตัวผู้กระทำผิดตัวจริง ที่อาจจะกระทำได้ยากขึ้นโอกาสที่จำเลยจะหลุดรอดจากการเป็นผู้กระทำผิดก็มีมากขึ้น

รูปแบบของพยานหลักฐานที่จะใช้ในการพิสูจน์การกระทำผิดปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไป ไม่อาจพึ่งพิงจากพยานบุคคลได้เป็นหลักเหมือนแต่ก่อน

พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเทคโนโลยี พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ นิติเวชศาสตร์ จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เรื่องของนิติวิทยาศาสตร์นั้น น่าจะกล่าว เป็นเรื่องที่มารองรับหรือสอดคล้องกับหลักที่ว่า “อาชญากรรมย่อมทิ้งร่องรอย “ หรือ “โจรผู้ร้ายต้องสยบต่อหลักฐานชิ้นสำคัญ” เป็นการพิสูจน์ความจริงของคำกล่าวดังกล่าว

ดังนั้นพยานหลักฐานประเภทวัตถุพยานที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้ออกไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมได้จากที่เกิดเหตุจึงเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่งานด้านพิสูจน์หลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และทะเบียนประวัติอาชญากร จะช่วยไขปริศนาของเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเกี่ยวกับตัวของผู้กระทำผิด

ดังกรณีของคนร้ายชิงทองที่จังหวัดลพบุรี ก็เริ่มต้นที่ปลอกกระสุน หัวกระสุนปืน ร่องรอยรองเท้าของคนร้ายที่ทิ้งไว้ การตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอ นำมาสู่การหาเบาะแส ร่องรอยอื่นๆ และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีได้ใช้เวลาประมาณ 13 วันก็ทำให้สามารถรู้ตัวว่าคนร้ายคือใคร สามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาและสามารถติดตามจับผู้ต้องหา ได้พร้อมของกลางทั้งอาวุธปืนที่ใช้กระทำความผิด ยานพาหนะ เครื่องแต่งกาย และทรัพย์สินที่ชิงทรัพย์ไป

งานพิสูจน์หลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์นั้น เกี่ยวข้องกับพยานวัตถุเป็นส่วนใหญ่ซึ่งพยานวัตถุนั้น มีจุดเด่นคือ ความเที่ยงตรงในตัว เป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไร มีผลอย่างไรก็เป็นไปตามที่ปรากฎ ยากที่จะบิดเบือนเปลี่ยนผันเป็นอื่นได้ หากไม่เกิดจากการกระทำของคน ต่างกับพยานบุคคลที่อาจมีข้อจำกัดในการจดจำ การถ่ายทอดเรื่องราว ตลอดจนอาจมีเงื่อนไขปัจจัยอื่น ๆ ที่มาสอดแทรกทำให้ความจริงที่จะได้จากต้องเบี่ยงเบนหรือไม่น่าเชื่อถือไปได้

ดังนั้น พยานหลักฐานที่ต้องใช้วิธีการทางพิสูจน์หลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องจึงต้องเริ่มต้นให้ความสำคัญตั้งแต่แรกเริ่ม คือ การเข้าพื้นที่สถานที่เกิดเหตุ การตรวจสถานที่เกิดเหตุ การรวบรวมพยานหลักฐาน การเก็บตัวอย่างพยานวัตถุ ซึ่งก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนตามลักษณะของพยานหลักฐานนั้น ๆ ซึ่งต้องมีขั้นตอนการปฎิบัติที่มีมาตรฐานสากล ประกอบกับหลังจากเกิดเหตุแล้ว อาจมีบุคคลฝ่ายต่างๆ เข้าไปเกี่ยวข้องกับที่เกิดเหตุทั้งเจ้าพนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิและกลุ่มอาสาต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่เข้ามามุงดู ทำให้พยานหลักฐานสูญหายหรือเกิดการทำลายพยานหลักฐานโดยไม่รู้ตัวหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่เหลืออะไรให้หน่วยพิสูจน์พยานหลักฐานตำรวจได้เก็บรวบรวม หรือเก็บได้เพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้แล้ว อาจกล่าวได้ว่า งานด้านพิสูจน์หลักฐานตำรวจและนิติวิทยาศาสตร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรายังมีข้อจำกัดหลายประการ ประการสำคัญที่สุดคือ บุคลากรผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญนั้นยังมีจำนวนน้อยมาก ไม่อาจรองรับกับงานหรือภารกิจที่มีมากมายและทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นในปัจจุบันการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนของหน่วย คือการให้ความสำคัญต่อกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรก หน่วยงานแรกที่จะลงไปสถานที่เกิดเหตุ ในนาม”นักรบเสื้อฟ้า”จึงมีความจำเป็นต้องมีกำลังพลอย่างเพียงพอ มีความพร้อม มีจิตวิญญาณที่รุกรบ ควบคู่ไปกับการสนธิกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ของกลุ่มงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องภายใต้การนำของ หน.พฐ.จว. และ หน.ศพฐ. 1-10 และ ผบก.พฐก. ต้องลงมาสนับสนุนและสนธิกำลังกันเป็น “ทีมงาน”กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุของหน่วยให้ได้ หรือที่เรามักจะเรียกทีมงานนี้ว่า “ดรีมทีม”เพื่อร่วมกันลงไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจพิสูจน์ออกรายงานการตรวจพิสูจน์ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อสนับสนุนงานสืบสวนสอบสวน

ส่วนด้านการฝึกอบรม สัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฎิบัติงานก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่หน่วยต้องจัดให้มีการระดมสรรพกำลังผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มาระดมความคิด ประสบการณ์และนำผลการศึกษาจากคดีสำคัญๆที่ผ่านมา มาถ่ายทอดทบทวนและพัฒนาต่อยอดทางความคิด โดยต้องให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและเทคนิคการบริหารจัดการคดีขนาดใหญ่ให้ผู้เข้าสัมมนาได้รับรู้และร่วมกันจัดทำคู่มือในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถให้กับกำลังพลในหน่วย

รวมทั้ง ต้องจัดการเรียน การสอนในสถาบันฝึกอบรมและพัฒนาให้กับกำลังพลทุกระดับอย่างต่อเนื่องรวมทั้งต้องมีการประสานงาน ทำความเข้าใจกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างสอดคล้องต้องกัน ตลอดจนต้องมีความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานนิติวิทยาศาสตร์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิทยาการหรือความเจริญก้าวหน้าเกี่ยวกับนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จำเป็นที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา

ปัญหามีอยู่ว่า สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เราจะทำอย่างไรกับปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าว ที่ยังรอรับการสนับสนุนจากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม รัฐบาล ต่างยอมรับว่านิติวิทยาศาสตร์มีบทบาท มีประโยชน์หรือมีความสำคัญมากในปัจจุบันแล้วท่านจะให้ความสำคัญที่จะผลักดันให้งานด้านพิสูจน์หลักฐานตำรวจนิติวิทยาศาสตร์และทะเบียนประวัติอาชกรมากน้อยแค่ไหน ให้เคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการจัดหากำลังพลให้เพิ่มเติม จัดหาอุปกรณ์เครื่องมือวิทยาศาสตรที่ทันสมัยเท่าทันการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคตได้มากน้อยแค่ไหน

รวมทั้งต้องมีการจัดการด้านการศึกษา การเสริมสร้างและพัฒนาบุคลากรให้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ทันกับวิทยาการความก้าวหน้าที่เปลี่ยนแปลงไป

การให้ความรู้กับหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในลักษณะของการมีคู่มือปฏิบัติที่สอดคล้องต้องกัน เป็นไปในแนวเดียวกัน และที่สำคัญที่สุดก็คือ การให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในลักษณะที่เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้ง่าย

โดยเฉพาะกรณีการรักษาสภาพสถานที่เกิดเหตุ และพยานหลักฐานต่าง ๆ หรือส่วนใดที่สามารถเก็บรวบรวมได้นั้นจะต้องทำอย่างไรด้วยวิธีการอย่างไร ซึ่งอาจจะเลือกใช้วิธีการต่าง ๆ หลายรูปแบบที่สามารถทำให้สื่อถึงส่วนรวม ประชาชนสามารถเข้าใจและให้ความร่วมมือได้อย่างถูกต้องและเต็มตามศักยภาพที่มี

ดังเราจะเห็นได้จากตัวอย่างของต่างประเทศที่แม้เจริญและมีความพร้อมต่างๆ แล้ว ก็ยังต้องมีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับด้านนี้ในลักษณะของสื่อภาพยนตร์เกี่ยวกับงานการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานร่องรอยในที่เกิดเพื่อสืบหาตัวผู้ร้ายได้ประสบผลสำเร็จ งานพิสูจน์นิติวิทยาศาสตร์และทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นงาน “ปิดทองหลังพระ “แต่ก็มีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้พระพุทธรูปมีความงดงามตามความต้องการของทุกฝ่าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงควรให้ความสนใจในการแก้ปัญหาและพัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์ให้เป็นไปในทุกมิติโดยเร็วที่สุด”รวมพลัง นักรบเสื้อฟ้า พัฒนาศักยภาพ สพฐ.ตร.” พล.ต.ท.วิเชียร กล่าว.