เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ุม่วง รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผกก.5 บก.ปคม. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. บก.ปอท. และเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ นำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในวัดป่าสุวัฑฒนาราม(ทุ่งอินทรี) ม.11 ต.หลักสาม อ.บ้านแผ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อเข้าจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ นายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแผ้ว รักษาการเจ้า อายุ 40 ปี อาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม(ทุ่งอินทรี) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.451/2562 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2562 ข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ,พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้ายซึ่งเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดานหรือกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล,ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร ซึ่งจากการตรวจค้นดังกล่าวสามารถจับกุมตัวพระครูสังฆรักษ์ ได้ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ภายในวัดดังกล่าวขณะกำลังจะออกบิณฑบาต

พล.ต.ต.วรวัฒน์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้สืบทราบว่าพระครูสังฆรักษ์หรือนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งปัจจุบันรักษาการเข้าอาวาสวัดดังกล่าว หรือเป็นผู้ดูแลวัด นั้น มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสพเมถุน กระทำอนาจารต่อสามเณรที่มาบวชเรียนช่วงปิดภาคเรียน เด็กวัด โดยเรามีภาพหลักฐานยืนยันการกระทำผิดชัดเจนประกอบกับคำให้การในเบื้องต้นของ เด็กที่เป็นเหยื่อ ผู้ปกครอง แม่ชี นอกจากนี้จากแนวทางสืบสวนยังทราบอีกว่าในช่วงระหว่างที่ก่อเหตุพระครูสังฆรักษ์ จะทำการยึดโทรศัพท์มือถือของสามเณรและเด็กวัดทุกคนเพื่อป้องกันการแอบถ่ายหรือโทรศัพท์ไปบอกให้กับคนอื่นทราบ จนกระทั่งเหยื่อ่เริ่มทนพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหวจึงได้แอบถ่ายภาพหลักฐานและแอบติดต่อกับผู้ปกครองจนมีการร้องเรียนและนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว

พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าวัดดังกล่าวมีสามเณรทั้งหมด 19 รูป แบ่งเป็นสามเณรอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 รูป อายุ 19 ปี 1 รูป และเด็กวัดอีกจำนวน 10 คน ซึ่งสามเณรที่อายุน้อยสุดในจำนวนนี้มีอายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนาเพื่อให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มสามเณรรูปอื่นๆที่เคยมาบวชเรียนอยู่ที่วัดดังกล่าว

พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ กล่าวว่า ขณะที่การตรวจสอบและตรวจค้นกุฏิต่างๆภายในวัดดังกล่าว พบโทรศัพท์มือของสามเณรที่ถูกเก็บไว้โดยพระครูสังฆรักษ์ จำนวนหลายเครื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และหลักฐานอื่นๆอีกมากมาย พร้อมกับตรวจพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ที่บริเวณด้านหลังกุฏิพักของสามเณรตก จึงได้ทำการตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญตัวพระครูสังฆรักษ์ไปทำการลาสิกขาบทจากความเป็นพระเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า สามเณรที่ตกเป็นเหยื่อมักถูกกระทำอนาจารในลักษณะวิตถาร ด้วยการถูกมัดมือมัดแขน ก่อนจะมีการร่วมเพศทางทวารหนัก บางครั้งก็ให้สามเณรร่วมเพศด้วยกันเองแล้วตัวเองก็นั่งดู หรือบางครั้งก็มีการชักชวนคนนอกเข้ามาร่วมเพศกับสามเณร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลใดบ้างที่ร่วมกระทำผิด

จากการสอบปากคำพระครูสังฆรักษ์ ยังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง ตนบวชเรียนเป็นพระมานานกว่า 20 ปี ทำประโยชน์ให้กับวัดมาโดยตลอด ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เบื่องต้นทางเข้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนรายละเอียดทางคดีนั้นหลังจากนี้จะมีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดอีกครั้งในเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ที่ บก.ปคม.