ไม่หยุดยั้งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ลงทุนต่อเนื่องตลอดปี 62 สู้ตลาดลงทุนผันผวนสูง สามารถพาพอร์ตลงทุนที่แนะนำโต 12.5% แม้ตลาดลงทุนคาดเดาสถานการณ์ยาก คว้า 14 รางวัล ไพรเวทแบงก์ยอดเยี่ยม จาก 9 สถาบันระดับโลก การันตีความสำเร็จ

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “ในปีนี้ ตลาดลงทุนโลกยังมีความผันผวนสูง ส่งผลให้การลงทุนท้าท้ายต่อเนื่อง ธนาคารฯ จึงเน้นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง สร้างผลตอบแทน และเพิ่มความหลากหลาย ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกช่วงปลายวัฎจักร (Late Cycle) ธนาคารฯมองว่าเป็นโอกาสที่ดี
ที่จะแนะนำลูกค้าปรับพอร์ตกรลงทุน (k-Alpha) โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ผ่านกลยุทธ์กองทุนแบบผสมที่ใช้กรอบความ
เสี่ยงควบคุม (Risk-based allocation) ควบคู่กับการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternatives) อย่างทองคำ และหุ้นนอกตลาด ให้ความเสี่ยงอยู่ในรัดับสมดุล เห็นได้จากการเติบโตของพอร์ต K-Alpha ถึง 12.5% โดยที่ความเสี่ยง
ของพอร์ตอยู่ที่ 4.5% เท่านั้น จึงทำให้ผลตอบแทนต่อหนึ่งหน่วยความเสี่ยงของพอร์ต K-Alpha สูงถึง 2.8 เท่า”

ไฮไลท์ผลิตภัณฑ์และบริการในปี 2562 แนะนำให้ลูกค้าปรับพอร์ตลงทุน ลดความเสี่ยงโดยรวมลง รับเศรษฐกิจโลกช่วงปลายวัฎจักร Late Cycleโดยมีสัดส่วนการลงทุนใน Core Portfolio สินทรัพย์ปลอดภัย เงินสดสูงขึ้น และลดความเสี่ยงจากหุ้น Growth ลง รวมถึงแนะนำกองทุนนวัตกรรมเพื่อบริหารความเสี่ยง เช่น
1).กองทุน Sustainability Fund (K-CHANGE) ส่งเสริมและผลักดันการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่ให้ความสำคัญของ ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว รวมถึงสร้างบริษัทที่เน้นสร้างผลกระทบทางบวกให้กับโลก
2).กองทุน Private Equity Fund กองทุนนอกตลาดทั่วโลก กองแรกของประเทศไทย
3).กองทุน Fixed Maturity กองทุนตราสารหนี้เอเซียที่มีกำหนดระยะเวลา เพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยที่อยู่ในแนวโน้มขาลง และยังทราบระดับผลตอบแทนที่ชัดเจน
4).กองทุน Risk-based Allocation ใหม่ (K-GLAM) กองทุนแบบผสมที่ใช้หรอยความเสี่ยงควบคุมในการปรับพอร์ต
บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว Family Weath Planning Service ปละบริการที่ปรึกษาด้านการบริหารสินทรัพย์นอกตลาดทุน
Non-Capital Market Inveatment เป็นบริการที่ KBank Private Banking ริเริ่มเป็นบริการเจ้าแรกในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2558 และยังพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง การให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยในปีนี้สิ่งที่ลูกค้ากังวลเป็นพิเศษ คือเรื่องการวางแผนภาษี โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เราให้คำแนะนำลูกค้าในการบริหารภาระภาษี โดยผ่านโครงการ Land Loan for lnvestment ซึ่งมีลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าที่ดินกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 6 พันล้านบาท

การดำเนินธุรกิจ KBank Private Banking ในปี 2562 ยังเติบโต โดยมีจำนวนลูกค้า 11,600 ราย สินทรัพย์ภายใต้การจัดการทั้งหมดประมาณ 7.5 แสนล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ลงทุนรวมถึง 4.5 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 7% และสินทรัพย์ลงทุนซับซ้อน เติบโตขึ้นถึง 24.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
สำหรับปี 2563 ธนาคารฯ ยังสานต่อการให้บริการที่ปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคลที่ครบถ้วนที่สุดในประเทศไทย พร้อมผสานความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง Lombard Odier อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น เตรียมเปิด KBank
Private Banking Lounge แห่งแรก ณ ห้างสรรพสินค้า เอ็มควอเทียร์ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เพราะอยู่ในจุดที่ลูกค้ามาเป็นประจำ และอยู่ในอาคารเดียวกับสำนักงานด้วย
“ตัวเลขเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณชะลอตัวลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธนาคารฯยังไม่คาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 12 เดือนข้างหน้า
และมองตลาดทุนโลกปีหน้า ยังผันผวนสูงต่อเนื่อง ความติ่นตระหนกของตลาดจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การลงทุนจะทำยากลำบากขึ้น โดยความเสี่ยงสำคัญจะมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองทั้งข้อพิพาททางการค้า และการเลือกตั้งสหรัฐในปี 2563 โดยธนาคาร ฯได้รวบรวม 5 กลยุทธ์การลงทุนที่จะแนะนำลูกค้าในปีหน้า ได้แก่ 1).กระจายความเสี่ยงและเพิ่มความคล่องตัวของพอร์ต
2).ป้องกันพอร์ตด้วยสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และกลยุทธ์การลงทุนแบบ
Hedged Fund ที่ใช้กลยุทธ์การ Long และ Short หุ้นพร้อมๆ กัน 3).เน้นกลยุทธ์ Carry ในกลุ่ม High Yield ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า 4).ระมัดระวังกับการลงทุนในหุ้น โดยควรเลือกกลุ่มธุรกิจที่ยังมีการเติบโตของกำไรสุทธิที่ดี เช่น
หุ้นในกลุ่มเฮลท์แคร์ เทคโนโลยี และพลังงาน ไปจนถึง หุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่บางแระเทศยังน่าสนใจ 5).สร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างอสังหาริมทรัพย์ในหุ้นนอกตลาด และโครงสร้างพื้นฐานที่อาจมีความผันผวนทางด้านราคาตามตลาดน้อยกว่า แต่เหมาะสำหรับก้อนเงินลงทุนที่สามารถทิ้งไว้ได้ระยะยาว 5 ปี ขึ้นไปและเป็นแค่ส่วนน้อยของพอร์ตเท่านั้น “
นายจริวัฒน์ กล่าวปิดท้าย