จากกรณีพบศพนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ51ปีถูกฆาตกรรม ในสภาพเปลือยท่อนล่าง คอถูกพันด้วยเทปใส ที่ข้อเท้าถูกมัดด้วยสายชาร์จโทรศัพท์ ภายในบ้านเลขที่293 หมู่19 ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ท้องที่สภ.กระนวน เหตุเกิดเมื่อวันที่15ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสมคิด พุ่มพวง แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ เมืองไทย ฆาตกรต่อเนื่องที่เคยสังหารหมอนวด5ศพ เป็นข่าวโด่งดังเมื่อ10กว่าปีก่อน โดยจากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสมคิดพึ่งพ้นโทษมาเมื่อวันที่17พ.ค.2562 ก่อนจะมีการออกหมายจับตามมา ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น
ความคืบหน้าคดีดังกล่าวล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. เปิดเผยถึงการติดตามตัวนายสมคิด พุ่มพวง ฆาตรากรต่อเนื่อง ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด อาทิ กองปราบปราม ตำรวจทางหลวง ตำรวจรถไฟ ตำรวจ .ปคม.และทุกกองบังคับการในสังกัด สืบสวนติดตามตัวอย่างเร่งด่วนแล้ว เพราะผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นภัยอันตรายกับประชาชน โดยเน้นสั่งการให้เฝ้าจับตาตรวจค้นบุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยลักษณะคล้ายคนร้ายเป็นหลักแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. กล่าวว่า สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุของนายสมคิด นั้น ในมุมมองส่วนตัวเมื่อพิจารณาจากข้อมูลคดีเก่าๆของนายสมคิด พบว่า นายสมคิดอาจเสพติดการใช้ความรุนแรงจึงก่อเหตุลักษณะเดียวกันต่อเนื่อง และอาจมีอาการผิดปกติทางจิตซึ่งคนทั่วไปอาจมองจากภายนอกไม่ออก จึงขอให้เฝ้าระวังภัย หากพบเห็นเบาะแสที่มีประโยชน์ ก็สามารถแจ้งได้ที่เฟซบุ๊กกองปราบฯหรือ ตำรวจหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งขณะนี้ทางเพจเฟซบุ๊กกองปราบเองก็ได้มีการลงรูปภาพหน้าตา ตำหนิรูปพรรณของนายสมคิดพร้อมกับข้อความประกาศว่านายสมคิดเป็นบุคคลอันตรายและกำลังเป็นบุคคลที่ทางการกำลังต้องการตัว หรือ MOST WANTED อีกทางหนึ่ง
ขณะที่ทาง พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. กล่าวว่า ในวันนี้ได้มีการจัดส่งกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมพร้อมกับสอบปากคำพยานแวดล้อมต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ความคืบหน้า โดยในเบื้องต้นทราบว่าภายหลังก่อเหตุนายสมคิด ไม่ได้มีการนำทรัพย์สินมีค่าติดตัวไป รวมถึงโทรศัพท์มือ มีเพียงแค่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ สีชมพู เพียงคันเดียวที่ใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนี จึงได้เร่งทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางการหลบหนี เพราะเชื่อว่าขณะนี้คนร้ายน่าจะยังไม่สามารถหนีไปได้ไกล
พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวอีกว่า ขณะที่แนวทางการสืบสวนของทางกองปราบ ขณะนี้ยังคงพยายามมุ่งไปที่บ้านพักของญาติหรือบุคคลใกล้ชิดของนายสมคิด ตามจังหวัดต่างๆในพื้นที่ภาคอีสานและทางภาคใต้ รวมไปถึงบ้านพักของกลุ่มบุคคลที่คาดว่านายสมคิดเลือกจะติดต่อไปหาในช่วงแรกหลังจากที่พ้นโทษออกมาเมื่อกลางปี เพราะเชื่อว่านายสมคิดอาจจะเลือกใช้เป็นสถานที่ในการหลบหนีการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติการติดต่อเข้าเยี่ยมของญาติหรือบุคคลใกล้ชิดในช่วงระหว่างที่ต้องโทษอยู่ในเรือนจำเบื้องต้นนั้น พบว่าตลอดระยะเวลา 12 ปี ที่อยู่ในเรือนจำนั้นไม่เคยมีญาติหรือบุคคลมาติดต่อเข้าเยี่ยมนายสมคิดแม้แต่ครั้งเดียว ประกอบกับการที่นายสมคิด เองนั้นเคยถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้เมื่อครั้งก่อเหตุ ปี 2548 จึงทำให้ตัวนายสมคิด มีบทเรียนและรู้จักวิธีการหนีการแกะรอยสืบหาเบาะแสจากเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม
รายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางสืบสวนและตรวจสอบพฤติการณ์ก่อเหตุและหลบหนีของนายสมคิด เมื่อครั้งก่อเหตุในอดีตพบว่า วิธีการหลบหนีของนายสมคิดหลังก่อเหตุเมื่อปี 2548 นั้นก็ไม่มีเงินติดตัว จึงเลือกใช้วิธีขึ้นรถไฟเพื่อหนีไปกบดานซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดต่างๆทางภาคใต้แทน ส่วนช่วงที่ต้องแวะพักระหว่างทาง นายสมคิด จะใช้วิธีการเปิดห้องพักรายวันตามโรงแรมข้างทางต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อขอใช้บริการฟรี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการสืบหาเบาะแสและเฝ้าระวังตามเส้นทางต่างๆทั้งทางรถยนต์ รถไฟ หรือช่องทางอื่นๆ ที่คาดว่านายสมคิดน่าจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีอีกด้วย
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เมื่อครั้งที่นายสมคิด ถูกจับกุมในคดีเก่าเมื่อปี 2548 นั้น เคยให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนไว้ว่า ตัวเขานั้นไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องคนอื่นๆ เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตไปนานแล้ว ประกอบกับเป็นคนชอบความสันโดษจึงไม่เคยติดต่อหาญาติๆ ที่ผ่านมามักจะใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และมีความผูกพันกับ จ.ชัยภูมิ มาก โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุนายสมคิด จะไม่เคยเลือกลงมือฆ่าเหยื่อที่เป็นชาว จ.ชัยภูมิ หรือ ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ แต่จะเลือกไปก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆแทน ซึ่งคำให้การที่นายสมคิด เคยให้ไว้กับทางพนักงานสอบสวนนั้นยังสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากทางภรรยาของนายสมคิด เมื่อปี 2548 ที่เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของนายสมคิด ด้วยว่า ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน นายสมคิด เป็นคนดีมาก ไม่ใช่คนอารมณ์โมโหร้าย ส่วนพฤติกรรมทางเพศก็ปกติทั่วไปไม่มีการใช้ความรุนแรง แต่การที่นายสมคิด ก่อเหตุดังกล่าวเชื่อว่าตัวนายสมคิดเอง น่าจะมีปมอะไรในใจบางอย่างที่คนนอกไม่รู้ถูกปิดซ่อนอยู่จนทำให้เขาต้องกลายเป็นฆาตกรโรคจิตก่อเหตุดังกล่าว