พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8 พร้อมนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีนำกำลัง เข้าตรวจสอบเดอะบิ๊กชิลล์บังกะโล รีสอร์ท ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงลาดชัน พื้นที่บ้านท้องศาลา หมู่ 1 ตำบลเกาะพะงัน ของนายถวิล ด่านวิริยะกุล ที่พบว่า ไม่มีเอกสารที่ดิน มีแต่ การเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.5 ) แจ้งครอบครองจานวน 24-0-90 ไร่ ได้ตรวจยึดแจ้งความดำเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 67/2561 ฐานบุกรุกป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้

โดยนายถวิล กล่าวว่า ตนเกิดและโตที่เกาะพงัน ทำกินที่ดินนี้มานานกระทั่งปี 2555 ไปขออนุญาต อบต.สร้างรีสอร์ท เจ้าหน้าที่บอกให้อนุญาตไม่ได้ แต่ไปสร้างได้ เพราะใครๆก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นให้เสียภาษีบำรุงท้องที่ ตนก็เชื่อและเสียภาษามาตลอด กระทั่งทราบวันนี้ว่าผิดกฎหมายบุกรุกป่า

ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า วันนี้ดำเนินการตามยุทธการทวงคืนผืนป่า ที่หน่วยความมั่นคงทั้งตำรวจ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทยและกองทัพร่วมมือกันตรวจสอบการบุกรุกป่า ใน อ.เกาะสมุย และเกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ช่วงวันที่ 4มกราคมเป็นต้นมา โดยพบว่ามีการรุกล้ำทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่เกาะสมุย 48 แปลง /ราย ร้องทุกข์ดำเนินคดีแล้ว20 ราย พื้นที่เกาะพงันพบ 19แปลง ร้องทุกข์ดำเนินคดีแล้ว 7รายแต่ยังไม่มีการเชิญใครมาแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้ยอมรับว่าการตรวจสอบต้องใช้เวลา กลุ่มที่ดำเนินคดีไปแล้วส่วนใหญ่เป็นรายย่อย คนในท้องถิ่น ที่หลายครไม่รู้กฎหมาย ทำไปโดยเข้าใจผิด ตอนนี้ยังไม่พบนายทุนใหญ่ๆ แต่เพราะการตรวจสอบใช้เวลาหากตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมไปถึงใคร ไม่เว้น ไม่เลือกปฏิบัติ ส่วนกรณีที่ชาวบ้านกังขาว่าเจ้าหน้ที่เลือกดำเนินคดีเฉพาะบางกลุ่ม ไม่เป็นความจริง ใครผิดเอาหมด ตนมาเองสั่งสืบสวนสอบสวนจนสิ้นกระแสความ และหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ฯแล้ว นับจากวันนี้เป็นต้นไปให้เวลา 30 วัน ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งตรวจสอบการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเกาะสมุย และเกาะพงันให้หมด ใครผิดก็ต้องดำเนินคดีและให้รายงานตามกำหนด

สำหรับผลการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่า ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ คือ

1. อ.เกาะพะงัน
จุดที่ 1 ภายในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ เกาะพะงัน เนื้อที่ 6-1-0 ไร่ พบมีการแผ้วถางวัชพืชไม้พื้นล่าง มีการสารวจการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพื้นที่อนุรักษ์ พบชื่อ น.ส.กรีญา ดวงจันทร์ เป็นผู้ครอบครอง เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.60 (พิกัด 61138 1082966)

จุดที่ 2 พบมีการก่อสร้างอาคารบนก้อนหินใหญ่ เนื้อที่ 1-1-73 ไร่ เป็นของบริษัท เมาท์เทนร็อค จากัด มีนางเกตุกาญจน์ เปโรน กรรมการ เป็นผู้นาตรวจและมอบเอกสารที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1853 เลขที่ดิน 81 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี ตรวจสอบเนื้อที่ครอบครองได้ 1-1-21 ไร่ (พิกัด 607654 1075289)

จุดที่ 3 พบมีการขุดตักทรายเพื่อใช้ในการก่อสร้างที่เลขที่ 230/73 หมู่ 5 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานีเนื้อที่5-2-01ไร่มีนายเกรียงไกรธันวิยานนท์แสดงตัวเป็นเจ้าของผู้ครอบครองเนื้อที่2-0-92 ไร่ ตรวจสอบเอกสารที่ดิน น.ส.3 ก. พบว่ามีชื่อ นายอนันต์ เดี่ยววานิช เป็นผู้ครอบครอง (พิกัด 607520 107670)

จุดที่ 4 พบมีการแผ้วถางวัชพืชและพบไม้แปรรูป เพื่อใช้สอยในพื้นที่เลขที่ 31 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี เนื้อที่ 6-1-7 ไร่ มีเอกสาร น.ส.3 ก. (พิกัด 607243 1077609)

จุดที่ 5 ตรวจพบมีการโค่นล้มต้นไม้และไถปรับพื้นที่ วางผังก่อสร้างอาคาร บริเวณบ้านศรีธนู หมู่8 ต.เกาะพะ งัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตรวจพบเบื้องต้นมีเอกสารโฉนดที่ดิน และ น.ส.3 ก. (พิกัด 605765 1079891)

จุดที่6พบมีการก่อสร้างถนนคอนกรีต โดยทาการปรับปรุงก่อสร้างบนเส้นทางถนนเดิมพื้นที่ถนนเป็นของ ชาวบ้าน ตรวจพบเบื้องต้น มีเอกสารโฉนดที่ดิน จานวน 5 ฉบับ น.ส.3 ก. และ สค.1 (พิกัด 614690 1071620)

จุดที่7พบมีการก่อสร้างอาคารบ้านพักรุกจานวน18 หลัง เนื้อที่1-0-25ไร่ที่ริ้นบรีชรีสอร์ทของนาย ประสบ ทวยเจริญ พื้นที่ทั้งหมดอยู่นอกเหนือจากรูปแปลง นส.3 ก. ได้ตรวจยึดแจ้งความดาเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 65/2561 (พิกัด 616773 1069423)

จุดที่ 8 พบมีการก่อสร้างอาคารติดสะพานไม้ริมทะเลบนโขดหิน กว้าง 2 เมตร ยาว 270 เมตร มีร้านอาหาร และบ้านพักรวม12 หลังเนื้อที่2-1-98ไร่ ที่ไลท์เฮ้ารีสอร์ทผู้ครอบครองชื่อนายดุลย์เดชสุขสมสะพานและตัว อาคารอยู่นอกพื้นที่เอกสาร นส.3 ก. ได้ตรวจยึดแจ้งความดาเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 66/2561 (พิกัด 617419 1068747)

จุดที่ 9 พบมีการก่อสร้างอาคารบนก้อนหินใหญ่ ที่หมู่ 6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ 0-2-35 ไร่ ทเมล์โล่ เมาเทนบาร์ บ้านหาดริ้น ขณะตรวจสอบไม่พบผู้ครอบครอง บริเวณดังกล่าวเคยมีการจับกุมคดียาเสพ ติด ซึ่งมีนางสาวดวงฤดี แซ่ลิ้ม เป็นเจ้าของ ได้ตรวจยึดแจ้งความดาเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 64/2561 (พิกัด617335 1070154)

จุดที่ 10 พบมกี ารก่อสร้างอาคารบ้านพักในที่ลาดชันสภาพป่าล้อมรอบ เป็นบ้านเช่าตากอากาศชื่อ TONG NAI PAN ESTATE มีเอกสาร นส.3 ก. (พิกัด 616919 108096)

จุดที่ 11 พบมีการก่อสร้างอาคารบ้านพักบนที่สูงตลอดถึงโขดหินริมทะเลและสะพานเทียบเรืออยู่นอกพื้นที่ เอกสาร น.ส.3 ก. บ้านของนายปาน หมู่5 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ทปี่ านวิมาน รีสอร์ท เนื้อที่ 64-3-20 ไร่ เจ้าของชื่อ นายจักรรินทร์ จันทรวิสูตร มีเอกสาร นส.3 ก. เลขที่ดิน หมู่6 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเจ้าของได้ยื่นแบบแจ้งการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้าลาแม่น้าตามคาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 32/60 แล้ว (พิกัด 615863 1080870)

จุดที่ 12 ตรวจพบมีการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ลาดชัน ที่บ้านโฉลกหลา หมู่7 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานีตรวจสอบเบื้องต้นตามเอกสารน.ส.3ก.(พิกัด6087031083371)

จุดที่ 13 พบมีการโค่นล้มต้นไม้ ไถปรับพื้นที่และกาลังก่อสร้างอาคาร ที่บ้านโฉลก บ้านเก่า หมู่ 5 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี มีเอกสารโฉนดที่ดิน เนื้อที่ 6-3-39 ไร่ เลขท่ีดิน 4 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี เจ้าของที่ดินและผู้ดาเนินการก่อสร้าง คือ นางสาวนิรมล สุขสม (พิกัด 608786 1078455)

จุดที่ 14 พบมีการแผ้วถางวัชพืชที่บ้านโฉลก บ้านเก่า หมู่5 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี ผู้ครอบครองเป็นชาวบ้านในพื้นที่ (พิกัด 607419 1079003)

จุดที่ 15 พบมีการแผ้วถางวัชพืช ที่บ้านมะเดื่อหลาน หมู่3 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี ภายใน เขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน เนื้อที่ 1-2-16 ไร่ เจ้าหน้าที่อุทยานได้ตรวจยึดดาเนินคดีแล้ว ไม่มีตัวผู้ต้องหา ตามคดีอาญาที่ 466/60 (พิกัด 609772 1078898)

จุดที่ 16 พบมีการก่อสร้างอาคารบ้านพักบนที่สูงที่ บิ๊กชิล รีสอร์ท จานวน 9 หลัง บ้านท้องศาลา หมู่1 เนื้อที่ 4-1-8 ไร่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี เจ้าของชื่อ นายถวิล ด่านวิริยะกุล ไม่มีเอกสารที่ดิน มีแต่ ภบท.5 แจ้งครอบครองจานวน 24-0-90 ไร่ ได้ตรวจยึดแจ้งความดาเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 67/2561 (พิกัด 608823 1075021)

จุดที่ 17 มีการขุดปรับพื้นที่จานวน 6-1-3 ไร่ ที่บ้านมะเดื่อหลาน หมู่3 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี โดย นายวิชัย คงมั่น ซึ่งดาเนินการอยู่ในพื้นที่ที่มีเอกสาร น.ส.3 ก. เลขที่ดิน 30 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะ งัน จ.สุราษฏร์ธานี เนื้อที่ 15-0-23 ไร่ โดยได้มีการขออนุญาตก่อสร้างอาหาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร จากเทศบาลตาบลเกาะพะงัน ฉบับเลขที่ 87/60 ลงวันที่ 20 ส.ค.60 (พิกัด 610769 1078628)

จุดที่ 18 พบมีการปรับพื้นที่และกั้นรั้วลวดหนามแสดงการครอบครอง ในพื้นที่หมู่ 5 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงันจ.สุราษฏร์ธานีเนื้อที่7-1-66ไร่ไม่มีหลักฐานที่ดินมีแต่ใบเสียภาษีภบท.5 มีการขายเปลี่ยนมือให้กับ นายทุนต่างพื้นที่แล้ว จึงได้ตรวจยึดแจ้งความดาเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 13/61

จุดที่ 19 พบมการครอบครองแผ้วถางบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ของนางสาวนิรมล สุขสม แผ้วถางที่ดินที่มีโฉนด เนื้อที่ 14-2-91 ไร่ ไม่มีเอกสารที่ดิน มีแต่ใบเสียภาษี ภบท.5 จึงได้ตรวจยึดแจ้งความดาเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 14/61 ต่อเนื่องจากจุดที่ 13

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกรุกล้ำทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เกาะพะงันและเกาะสมุยพบว่า จากการให้ข้อมูลของทางประชาชน รวมทั้งผู้กระทำผิด มีการพาดพิงถึงการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ทั้งในลักษณะละเลยและจงใจปล่อยให้มีการทำผิดกฎหมาย โดยมีการแลกเปลี่ยนเป็นที่ดิน หรือทรัพย์ ผลประโยชน์อื่นๆจึงสั่งการให้กองบังคับการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไปสืบสวนสอบสวนขยายผลและดำเนินตามกฎหมายแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Thai Police

 

Thai Police