นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 21 มิย.62 ที่ผ่านมาว่า มีหน่วยงานหนึ่งแก้ปัญหากู้ยืมเงินผิดกฎหมายด้วยการคิดดอกเบี้ยสูงและยึดโฉนดไว้เป็นประกัน มีการไล่จับนายทุนเงินกู้ และสร้างภาพว่า ยึดโฉนดได้คราวละมากๆ และสร้างภาพให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน โดยมีหลายกรณีเป็นการสร้างภาพหลอกผู้ใหญ่ในรัฐบาล เพื่อสร้างภาพว่า เป็นการกู้ยืมจำนวนมากและยึดโฉนดไว้มาก จากนั้นสร้างภาพด้วยการเชิญนายมาเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน บางครั้งคนระดับรองนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญไปเป็นประธานบ่อยๆ รองนายกฯ ก็โดนแหกตาไปด้วย นายตำรวจที่ทำเรื่องนี้ก็โตเอาโตเอา จนท้องแตกนั้น

กรณีดังกล่าว เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในสังคมไทย ว่าเป็นการสร้างภาพแหกตาประชาชนจริงหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับประโยชน์สาธารณะ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หากเรื่องดังกล่าวที่คนระดับรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีตรัฐมนตรีออกมาโพสต์ข้อความเป็นจริง ก็จะถือว่า เป็นความเลวร้ายที่สุดของระบบราชการไทยและการเมืองเลยทีเดียว ซึ่งข้าราชการอาจเข้าข่ายความผิดทางวินัย การทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายของ ป.ป.ช. และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษถึงขั้นจำคุกและไล่ออกจากราชการ ส่วนนักการเมืองก็อาจต้องรับโทษร่วมด้วยในฐานะเป็นตัวการร่วม หรือผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ตามป.อ.มาตรา 83,84, 86 และ 87 และไม่ควรกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีก

เหตุดังกล่าว สังคมไทยไม่ควรให้เรื่องเงียบหายไปหรือปล่อยให้ข้าราชการ-นักการเมืองจูบปากหรือเกี๊ยะเซียะกันแล้วจบกันไป ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของสังคมไทย ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจะนำความไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.230(1)(2) ประกอบ ม.231(2) ประกอบ พรป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 ม.22(1)(2) ประกอบ ม.23(2) เพื่อดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงและหากพบว่ามีมูลจะได้เสนอเอาผิดข้าราชการ-นักการเมืองที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อ ป.ป.ช.ต่อไป โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย.62 เวลา 13.00 น.ณ ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ห้อง 903 ต่อไป