ที่กระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะประธานอนุกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ ได้เดินทางมาเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร. เพื่อชี้แจงคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นอนุ ก.ตร.เกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบ

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการมาหลายปีแล้ว และไม่ได้มีความเสียหายอะไร จึงได้คงชื่อไว้ ทั้งนี้คำสั่งดังกล่าวเกิดจากมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงอนุกรรมการคนเดียว คือ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ที่ออกไป จึงได้แต่งตั้ง พล.ต.อ.อำนวย นิ่มมะโน เข้ามาแทน ส่วนชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็เป็นเพียงชื่อที่คาไว้ พอรายชื่อทั้งหมดเสนอขึ้นไปถึง ผบ.ตร. และเสนอเข้า ก.ตร.ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน ก็ได้รับการเห็นชอบ โดยกฎหมายระบุว่า เมื่อ ก.ตร.มีมติเอกฉันท์ถ้าไม่มีใครทวงติง ประธานฯต้องลงนาม ดังนั้นประธานฯไม่ได้มีอำนาจอะไรเลย ท่านไม่ผิด และก็ไม่เกี่ยวด้วย ท่านไม่รู้เรื่อง

“วาระการเปลี่ยนอนุกรรมการฯ ดำเนินการทั้งหมด 5 ชุด จาก 7 ชุด โดยส่วนใหญ่ที่ลาออกจะไปเป็นวุฒิสมาชิก เมื่อลาออกก็ต้องสังคายนา โดยบ่ายนี้(26 มิ.ย.62) พล.อ.ประวิตร จะไปเป็นประธานประชุม ก.ตร. ส่วนจะยังมีชื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ อยู่ต่อหรือไม่นั้น ก็ต้องรอดู ผมไม่ทราบ แล้วแต่ที่ประชุม ก.ตร.ซึ่งความจริงแล้วอนุกรรมการฯชุดนี้ก็ไม่ได้มีบทบาท ไม่ได้มีผลประโยชน์ เป็นแค่ที่ปรึกษากฎหมายเท่านั้น” พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.ต.อ.วิระชัย ได้นำเอกสารแต่งตั้งอนุกรรมการกฎหมายเมื่อปี 2561 มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดูว่ายังมีชื่อของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ อยู่ด้วย พร้อมระบุว่าเอกสารที่ออกมาไม่ใช่เอกสารปกปิดหรือเป็นความลับ