นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ติดโซเชียลอย่างหนัก ว่า น่าเสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ เพิ่งมาเริ่มเล่น และติดโซเชียลช้าไป ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะได้รับข้อมูลจากเครือข่ายแม่น้ำ 5 สาย พวกที่ลงเรือแป๊ะมาด้วยกันเป็นหลัก การทำงานขับเคลื่อนนโยบายต่างๆจึงสวนทางกับความต้องการและความพึงพอใจของประชาชน 5 ปีที่ผ่านมาถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ฟังโซเชียลอย่างมีสติ มีเหตุมีผล อาจมีความละอายหรือเกรงกลัวต่อการไม่ยอมรับของประชาชนมากกว่านี้

ทั้งนี้ การปล่อยให้มีรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่งได้เปรียบพรรคอื่น การให้ 250 ส.ว.มาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี การออกประกาศ คำสั่ง ที่กระทบและลิดรอนต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน การใช้มาตรา 44 เป็นเครื่องมือที่เด็ดขาด แต่ขาดการตรวจสอบน่าจะไม่เกิดขึ้นหรือเกิดน้อยกว่านี้

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาล คสช.บอกว่าไทยแลนด์ 4.0 แต่ทำจริงกลายเป็น 0.4 ท่ามกลางการแข่งขันของสงครามการค้าโลกที่ดุเดือดกระทบต่อการส่งออกของไทย ค่าเงินบาทแข็ง ทำให้ผู้ส่งออกไทยสูญเสียศักยภาพการแข่งขัน 5 ปีของรัฐบาล คสช. พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชนไม่ได้

“ในขณะที่ ครม.ใหม่ยังไม่ลงตัว มีภาพการแก่งแย่งชามข้าวเพื่อเข้าไปยึดโควตารัฐมนตรีของพรรคพวกตัวเอง กระทรวงเศรษฐกิจที่ควรจะเป็นมืออาชีพ กลับกลายเป็นตัวล่อเพื่อให้พรรคการเมืองวิ่งเข้ามาสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ประชาชนยี้ตั้งแต่ได้เห็นรายชื่อในโผ ครม.ที่ไม่เคยนิ่ง ผ่านการเลือกตั้งมา 90 วันแล้วยังตั้ง ครม.ไม่ได้ ประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ติดตามโซเชียลมากๆจะได้รับรู้ความยากลำบากของประชาชน แต่อย่าไปฟังแบบเดิม คือ พอใครจะมาร้องทุกข์ ร้องเรียนปัญหาปากท้อง สินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาหนี้สิน กลับไปอุ้มเข้าค่ายทหาร ประเทศชาติและประชาชนมีแต่เสียโอกาส” นายอนุสรณ์ กล่าว