ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นการโหวตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย(ภท.) เป็นพรรคร่วมรัฐบาลหลักและการจัดสรรคโควตารัฐมนตรียังไม่นิ่ง ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ยังคงสงวนท่าทีการพิจารณาโควตารัฐมนตรีในแต่ละพรรค

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพปชร.ว่า จากดีลรอบแรกและมีกระแสข่าวว่าส่วนของภูมิใจไทย จะได้เก้าอี้รมว.คมนาคม รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และรมว.สาธารณสุข ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ จะได้กระทรวงหลักอย่างรมว.พาณิชย์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น แกนนำพรรคยืนยันเงื่อนไขเดิมตามระบบพรรคการเมืองโดยผู้บริหารพรรคจะเป็นผู้เจรจาพูดคุยแล้วเอาที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ส่วนการพูดคุยไม่ว่าผ่านผู้ใหญนอกพรรคคนใดไม่ถือเป็นข้อสรุป

นอกจากนี้ จะมีความชัดเจนจากนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพปชร. และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ที่จะแถลงเร็วๆนี้ แต่หากว่าคุยกันไม่ลงตัว และยังยืนยันคำเดิมที่จะยึดดีลแรก พรรคจะโยนสิทธิขาดให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯ และหัวหน้าคสช.พิจารณาความเหมาะสมด้วยตัวเองเพราะเหตุผลหนึ่งได้เรียนรู้จากการสูญเสียเก้าอี้ประธานสภาฯให้กับพรรคประชาธิปัตย์ทำให้การประชุมรัฐสภาโหวตนายกฯพล.อ.ประยุทธ์ถูกถล่มอย่างหนัก

“ในทางการเมืองนั้น ถือว่าพรรคแกนนำเสียเปรียบ และหากยังเสียโควตาโดยเฉพาะกระทรวงสำคัญๆ อย่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก จะทำให้การทำงานของรัฐบาลลำบาก ขณะที่มีรายงานข่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มองว่า หากโควตายังเป็นแบบนี้ไม่เหลือกระทรวงเกรดเอไว้เลยอาจทำงานไม่ได้ รวมถึงมีปัญหาเรื่องสุขภาพ อาจเป็นเหตุผลทำให้นายสมคิดตัดสินใจไม่ไปต่อก็ได้”แหล่งข่าวระบุ

ทั้งนี้ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ เผยว่า จะมีการหารือกันในวันที่ 7 มิ.ย.และมองว่า ยังมีเวลาในการพูดคุยกับพรรคร่วมถึงโควตา ที่ขณะนี้ต้องยอมรับว่า ยังไม่ลงตัวโดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญๆที่พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุ ต้องเป็นของพรรคหลักจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่เก้าอี้ไหนที่ลงตัวแล้วอาจส่งให้นายกฯพิจารณาไปก่อนโดยได้วางไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดไม่ให้เกินวันที่ 13 มิ.ย. เพื่อทันการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 20-23 มิ.ย.62 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ