“ออมก่อนกู้-ผ่อนดาวน์-ดอกเบี้ยถูก” หวังช่วยผู้มีรายได้น้อย แม่ค้าพ่อค้าและผู้มีอาชีพอิสระ อยากมีบ้านที่อยู่อาศัยโดยการสร้างวินัยทางการเงินด้วยการออมก่อนเพื่อความสามารถในการผ่อนชำระหนี้หากได้รับการอนุมัติกู้จริง

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้เปิดเผยว่าทางธนาคารได้เตรียมนำ 3 มาตรการช่วยเหลือผู้ต้องการมีที่อยู่อาศัย แต่ติดปัญหาจากทางสถาบันการเงินปฏิเสธการให้สินเชื่อ และจากการประชุมคณะกรรมการธนาคารเมื่อวันที่ 18 มิ.ย ที่ผ่านมานี้ ได้เป็นวงเงิน 1.5-2 หมื่นล้านบาท โดยมาตราแรกเป็นการช่วย ออมก่อนกู้ จะให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระเช่นแม่ค้าพ่อค้าและผู้มีรายได้น้อย เข้ามาออมเงินกับทางธนาคารเพื่อวินัยทางการเงินซึ่งจะสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ได้แม้บางอาชีพจะไม่สามารถพิสูจน์รายได้ได้เพราะไม่ใช่ผู้มีรายได้ประจำหรือมนุษย์เงินเดือนก็ตามโดยหากขอกู้ วงเงิน 1 ล้านบาท มีรายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ต้องมีภาระในการผ่อนชำระประมาณ 7,000 บาท/เดือน หรือจะต้องออมเงิน 40- 50% ของรายได้รวมของผู้กู้

มาตรการที่สองคือ จะให้ผู้ประกอบการพัฒนาด้านอังหาริมทรัพย์และผู้ที่ต้องการจะซื้อที่อยู่อาศัยมาผ่อนดาวน์กับทางโครงการเมื่อครบระยะเวลา 2 ปีตามกำหนดเพื่อจะดูความสามารถในการผ่อนชำระหนี้และให้โครงการทำการโอนผู้ผ่อนดาวน์มาเป็นผู้กู้รายย่อยกับทางธนาคาร ส่วนมาตรการที่สามจะช่วยผ่อนปรนเรื่องดอกเบี้ยให้กับลูกค้า โดยจะคิดดอกเบี้ยพิเศษ 3% นาน 3 ปีแรก เช่น การกู้ในวงเงิน 1 ล้านบาทจะผ่อนเพียง 2,000 บาท/เดือน ซึ่งธนาคารจะพิจารณาจากรายได้ในอนาคต 3 ปีแรกของลูกค้า


ด้านมาตรการกำกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือมาตรการแอลทีวีของธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังคงเดิมและไม่มีผลกระทบกับผู้กู้สัญญาแรก หรือมีบ้านหลังแรกและไม่เกิน 10 ล้านบาท แต่มาตรการของทางธนาคารออมสินจะออกมาช่วยหรือแก้ในกรณีที่กู้ไม่ผ่าน หรือรายได้ไม่พอและผู้มีรายได้น้อยซึ่งนโยบายที่ทำอยู่ก็ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยเศรษฐกิจฐานราก เช่น สินเชื่อ โฮมสเตย์ สินเชื่อบ้าน ซึ่งในการปล่อยสินเชื่อทางธนาคารก็เน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างรัดกุมหลังจากการเปิดศูนย์ย่อยควบคุมและบริหารหนี้จำนวน 80 ศูนย์ทั่วประเทศทำให้เกิดการคล่องตัวในการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพหรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้( NPL) มีเพียง 2.83% ของสินเชื่อรวม ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของระบบสถาบันการเงิน
ส่วนเรื่องการใช้โมบายแบงก์กิ้ง มายโม มีจำนวน 5.5 ล้านราย ตั้งเป้าสิ้นปี 8 ล้านราย ซึ่งในไตรมาสแรกมีผู้เข้าใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ 82% จากจำนวนลูกค้า 22 ล้านราย หรือกว่า 30 ล้านบัญชี โดยตั้งเป้าปี 2563 มีผู้ใช้งาน มายโม 16 ล้านราย ซึ่งก็เป็นตามแผนที่ตั้งไว้แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการธนาคารคนใหม่ที่จะเข้ามาบริหาร
ส่วนแผนครึ่งหลังของปี 2562 ขับเคลื่อนด้ว “ GSB Way 2019 “ : Drive Success with Highest Performance Delivered”เติบโต ยั่งยืน ตอบแทนคืนสู่สังคม” พร้อมดูแลลูกค้าทั้งที่สาขาและที่บ้าน
โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2562 มีกำไรสุทธิ 6,045 ล้านบาท
จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 13,920 ล้านบาท ซึ่งมาจากการบริหารพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สิน ตั้งเป้ากำไรไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาทในปีนี้ โดยไตรมาสแรกสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 1.35 แสนล้านบาท ทั้งสินเชื่อภาครัฐ รัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงิน สินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะ สินเชื่อธุรกิจ เอสเอ็มอี และสินเชื่อให้แก่ลูกค้าฐานราก และนโบายรัฐ ทำให้สินเชื่อคงค้างของธนาคารอยู่ที่ 2.15 ล้านบาท ด้านเงินฝาก ไตรมาสแรกอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 2.7 ล้านบาท

จากนี้จะยังมีแผนปรับปรุงสำนักงานสาขาและพัฒนารูปแบบการให้บริการที่มีความทันสมัยเพื่อความสะดวก เพิ่มความรวดเร็วให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นมีการแบ่งโซนการบริการเป็น 3 โซน คือ แบบ วัน สต็อบ เซอร์วิส รวมเค้าน์เตอร์ที่ให้บริการด้านเงินฝากและบริหารทางการเงิน โซนแอด ไวซอรี่ แคร์ รวมเค้าน์เตอร์สินเชื่อ ประกัน บัตรเครดิต และการลงทุนไว้ด้วยกัน และบริการครบวงจรผ่านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และเปิดสาขาโซเชี่ยลเป็นศูนย์กลางการแก้ไขหนี้นอกระบบ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การพัฒนาอาชีพ และการกระจายสินค้าสู่ชุมชน และเพื่อเป็นการพัฒนานวัตกรรมและการให้บริการของธนาคารในยุคดิจิทัล โดยธนาคารฯ จะมุ่งพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งให้ผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและพันธมิตรรวมถึงประชาชนทั่วไป “เราจะขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จแบบไม่หยุดยั้ง”
ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าว.