นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำประชาสังคมหยุดระบอบทักษิณ โพสต์แถลงการณ์ถึงคณะกรรมการบริหารและสส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเฟซบุ๊ก Kanjanee Valyasevi ดังนี้

เรียน คณะกรรมการบริหารและสส.ของพรรคประชาธิปัตย์

เรื่อง ขอเสนอความเห็นเพื่อการตัดสินใจในการลงมติสนับสนุนพล.อ ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

ตามที่มีการนัดประชุมของกรรมการบริหารและสส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 4 มิถุนายน 2562 เวลา 13.30 น. เพื่อพิจารณาและขอมติว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนั้น สมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคที่ลงคะแนนให้พรรค 3.9 ล้านเสียงมีความเห็นและข้อเสนอแนะดังนี้

(1.)ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีมติเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ จำนวนเสียงสส.และสว. ที่สนับสนุน พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชาให้เป็นนายกฯก็เพียงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ต้องยกมือเพื่อสนับสนุนให้พล.อ ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี

(2.)การที่อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศก่อนการเลือกตั้งว่า “ไม่สนับสนุนให้พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี” ถือเป็นการประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ และในขณะนั้นก็ไม่มีผู้สมัครสส.ท่านใดของพรรคประกาศไม่เห็นด้วยกับแนวทางของอดีตหัวหน้าพรรค ซ้ำยังได้ปราศรัยกับประชาชนทั่วประเทศว่า ประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุนให้พล.อ ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองทั้งพรรค

หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ปฏิบัติตามคำประกาศเจตนารมณ์นั้น ก็เท่ากับว่าพรรคประชาธิปัตย์ทรยศต่อเจตนารมณ์ที่สัญญาไว้กับประชาชน

(3.)การที่ประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่สามารถทำให้เป็นรัฐบาลที่มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพได้ เพราะจำนวนสส.ไม่มากพอที่จะทำให้เกิดเสถียรภาพของการเป็นรัฐบาล เพราะรวมทั้งหมดก็มีเสียงเพียง 250 เสียงเท่านั้น

(4.)พรรคประชาธิปัตย์ควรหันมายึดมั่นในอุดมการณ์หลักของพรรค นั่นคือ การไม่สนับสนุนหรือร่วมมือเผด็จการทุกรูปแบบ เพื่อให้ประชาธิปัตย์กลับมายืนอยู่ในฐานะพรรคการเมืองหลักของประเทศไทย ที่จะนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากความล้มเหลวทางการเมืองในยุคปัจจุบันได้

หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากรรมการบริหารและสส.ของพรรค จะใช้วิจารณญาณที่ยึดมั่นกับเจตนารมณ์ที่ได้ประกาศไว้กับประชาชนทั่วประเทศ ยึดมั่นกับอุดมการณ์ของพรรค และยึดมั่นในจิตวิญญาณ ความถูกต้องชอบธรรมในวิถีทางประชาธิปไตยที่แท้จริงในการตัดสินใจ เพื่อมีมติที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศชาติและประชาชน และต่อความดำรงอยู่ของพรรคประชาธิปัตย์

จึงขอฝากความเห็นนี้มาใช้เป็นฐานในการตัดสินใจในการประชุมพรรค 4 มิถุนายน 2562 นี้ — ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ยึดมั่นและแน่วแน่ในอุดมการณ์ของพรรค

ด้วยความเคารพและศรัทธายิ่ง

จาก 1ใน 3.9 ล้านคนที่ลงคะแนนเสียงให้พรรคประชาธิปัตย์ (กาญจนี วัลยะเสวี)