ที่พรรคชาติไทยพัฒนา​ (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแกนนำพรรค ชทพ.ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของพรรค ชทพ.ในการเข้าร่วมรัฐบาล​ ภายหลังพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทาบทามพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อย่างเป็นทางการ ว่า สำหรับกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่าพรรค ชทพ.มีความเห็นต่อเรื่องต่างจากขั้วรัฐบาลแบบกลับไปกลับมานั้น ขออย่าเพิ่งงง แต่ขอให้กลับไปดูในเนื้อหาคำให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาเสียก่อน หัวหน้าพรรคระบุว่า หลังจากที่ได้มีการหารือกับ ส.ส.พรรคแล้ว มีความเห็นตรงกัน จะลงคะแนนเลือกประธานสภาไปในทิศทางเดียวกันกับพรรค พปชร.ขอย้ำว่าเป็นการเลือกประธานสภา เพราะได้เห็นชอบกับชื่อของ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส ที่ทุกคนให้ความเคารพนับถือ และเคยเป็นอดีตประธานสภา

“แต่จะสังเกตในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้าพรรค ชทพ.เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เห็นพ้องกับพรรค พปชร.ด้วยหรือไม่นั้น หัวหน้าพรรค ชทพ.ยังได้ระบุด้วยว่า เรื่องนี้พรรค ชทพ.ยังไม่พูดถึง ขอความเห็นใจว่าสิ่งที่พรรค ชทพ.พูดไปแต่ละครั้ง เราไม่เคยพูดอย่างทำอย่าง ไม่เคยที่วันนี้พูดอย่างหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้พูดอีกอย่างหนึ่ง เราพูดชัดเจนมาโดยตลอด แต่ผู้ที่ได้รับฟังข่าวอาจคิดไปต่างๆ นานา ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เลยกลายเป็นหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสาม ยืนยันว่าสิ่งที่เราพูดเราทำเป็นไปตามที่พูดและทำทุกอย่าง”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางการเมืองแล้วเมื่อมีมติโหวตเลือกประธานสภากับพรรค พปชร.ย่อมหมายความว่าจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วยกัน นายวราวุธ กล่าวว่า ในสถานการณ์การเมืองที่ปกติก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่วันนี้การทำงานการเมืองมีอะไรหลายอย่างแปลกไป สถานการณ์ไม่เหมือนในอดีตที่ตนโตมา เพราะมีน้อยมากที่ประธานสภาไม่ได้มาจากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล วันนี้เรียนตรงๆ ว่า ถึงแม้ประสบการณ์การเมืองจะมีไม่มากเท่ากับผู้ใหญ่หลายคน แต่ที่ได้เห็นวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อนในการเมือง เช่น เลือกรองประธานสภา แล้วชนะกันแค่ 2 เสียง ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ นายชัย ชิดชอบ ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นเรื่องในสภาคงไม่จบได้ง่าย และเชื่อว่าคงเป็นประธานสภารักษาการนานที่สุด คือ 2 วัน ปกติเพียงครึ่งชั่วโมงก็จบแล้ว ซึ่งต้องขอคารวะจากใจจริง ถ้าเป็นนักฟุตบอลก็ต้องยกให้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ สามารถประสานงานให้สภาดำเนินไปได้จนเลือกประธานสภา และรองประธานสภาได้สำเร็จ

เมื่อถามว่า มีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการถึงการจัดตั้งรัฐบาลแล้วหรือยัง นายวราวุธ กล่าวว่า “เราได้ยื่นคำเสนอไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนคำสนองนั้น มาจนถึงวันนี้เรายังไม่ได้รับคำสนองกลับมา ของต้องดูเหตุการณ์กันต่อไปว่าสิ่งที่เราเสนอไปนั้นจะได้รับการตอบรับอย่างไร มากน้อยเพียงใด พรรค ชทพ.เป็นพรรคขนาดเล็ก มีแค่ 10 ที่นั่งเท่านั้น เสียงไม่ได้ดังมากมาย เรียกว่าเราเจียมเนื้อเจียมตัว หากเข้าไปทำงานแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนให้กับประเทศชาติได้ เราก็ไม่มีความเดือดร้อนที่จะเป็นรัฐบาล ซึ่งผมเคยพูดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง พรรค ชทพ.เราเป็นมาทุกสถานะแล้ว ทั้งแกนนำรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน เอาเป็นมาหมดแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังไม่เคยเป็น คือ ฝ่ายกลาง เหมือนที่ นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ได้กล่าวไปแล้ว”

เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายกลางนั้นเปรียบเสมือนฝ่ายค้านอิสระใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า “อารมณ์ประมาณนั้น เพราะถ้าทำงานแล้วไม่เกิดประโยชน์เราก็ไม่เดือดร้อน”