เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายแห่งจุฬาฯ จ.น่าน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในงานสัมมนา “รักษ์ป่าน่าน” ครั้งที่ ๔ และทรงบรรยายเรื่อง “สร้างป่า สร้างรายได้”
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ในฐานะผู้สนับสนุนและอำนวยการสัมมนา เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นผู้สนับสนุนและประสานงานการจัดสัมมนาวิชาการในโครงการ “รักษ์ป่าน่าน” อันมีสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นผู้อำนวยการโครงการ โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทัพบก มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และจังหวัดน่าน ร่วมเป็นผู้ดำเนินการโครงการ ซึ่งหน่วยงานที่ร่วมในโครงการ “รักษ์ป่าน่าน” จะได้นำเสนอความคืบหน้า และผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานในรอบสองปีที่ผ่านมาต่อที่ประชุม


การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในอันที่จะแสวงหาความร่วมมือในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในจังหวัดน่านได้ประกอบสัมมาอาชีพที่สร้างสรรค์ และพอเพียง ทำให้สามารถดำรงชีพที่มีคุณภาพร่วมอยู่กับป่าได้ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนน่าน ให้รับช่วงต่อไปในการรักษาทรัพยากรอันเป็นสมบัติแผ่นดินสืบไปในภายภาคหน้า
การสัมนนาจะเริ่มจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบรรยายเรื่อง “สร้างป่า สร้างรายได้” และตามด้วยการบรรยายเรื่อง “สิ่งดีดีกำลังจะเกิดขึ้นที่น่าน” โดย ดร.วิจารย์ สิมาฉาย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย ต่อด้วยการเสวนาเรื่อง “วิถีคนน่านอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน” โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิการบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางฑิฆัมพร กองสอน ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย และนายถนัด ใบยา รองประธานมูลนิธิฮักเมืองน่าน
​การสัมมนาครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผู้นำชุมชนและประชาชนชาวน่านเข้าร่วมฟังการสัมมนากว่า ๔๐๐ คน ซึ่งคาดว่าจะร่วมกันระดมความรู้ความสามารถและประสบการณ์ เพื่อหาแนวทางและวิธีการที่จะหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าน่านอย่างแท้จริง อีกทั้งหาวิธีการที่ให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยกับป่าสามารถดำรงชีพมีวิถีชีวิตการทำมาหากินกับป่าได้ ซึ่งแนวทางการดำเนินการต่าง ๆ นั้น จะมีการถ่ายทอดสู่เยาวชน เพื่อให้การ “รักษ์ป่าน่าน” ได้ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน