ที่สำนักงานคณะกรรมกการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมถึง กกต. กรณีคำร้องตรวจสอบการถือหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่อาจจะเข้าข่ายมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามมาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 42 (3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 และข้อ 90 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 อันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นไปโดยไม่สุจริต และเที่ยงธรรมได้

โดยนายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลังจากที่ตนมายื่นเอกสารครั้งก่อน วันนี้ตนมาสัญญาที่เคยให้ไว้ โดยได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยการถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ยื่นข้อมูลให้ทาง กกต.ตรวจสอบแล้ว

อย่างไรก็ตามวันนี้ตนได้รวบรวมข้อมูลเพิ่มที่ตรวจสอบกับทางสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพานิชย์ พบว่า นายธนาธร ยังคงมีหุ้นอยู่ในบริษัทที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่ออีก 13 บริษัท ประกอบด้วย 1.บริษัท ไทยซัมมิท โอโตโมทีฟ จำกัด 2. .บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสทตรี จำกัด 3. .บริษัท ไทยซัมมิท พลาสเทค จำกัด 4.บริษัท จึงพัฒนา โฮลดิ้ง จำกัด 5.บริษัท ไทยซัมมิท เชป คอร์ป จำกัด 6.บริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด 7.บริษัท ไทยซัมมิท บ้านโพธิ์ จำกัด 8.บริษัท ไทยซัมมิท โกลด์ เพรส จำกัด 9.บริษัท ไทยซัมมิท โอโด เพรส จำกัด 10.บริษัท ไทยซัมมิท ระยอง โอโดพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 11.บริษัท ไทยซัมมิท พีเค คอร์ปอเรชั่น จำกัด 12.บริษัท ไทยซัมมิท พีเคเค จำกัด และ 13.บริษัท ไทยซัมมิท เอนจิเนียริง จำกัด ซึ่งทั้ง 13 บริษัทข้างต้น ล้วนมีชื่อนายธนาธร เป็นผู้ถือครองหุ้น ไม่ได้เกี่ยวข้องในฐานะกรรมการในบริษัทดังกล่าว ตนจึงให้ทาง กกต.ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว หากพบข้อมูลที่เป็นจริงจะส่งผลให้นายธนาธร เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่