ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พานายเทียน เหลืองวิเศษ อายุ 43 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ และนายจตุรงค์ พินทะสังข์ อายุ 25 ปี ขาว จ.นครสวรรค์ ทั้งสองคนประกอบอาชีพชาวประมง เดินทางเข้าพบ พัน​ตำรวจ​เอก​ ทองศูนย์ อุ่นวงศ์ ผู้กำกับ​การ​ ฝ่ายงานสอบสวน​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.ผ่ายงานสอบสวน บก.ป.)​

เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมในคดีถูก ร้อยตำรวจ​เอ​ก ขจรศักดิ์ มณีพงศ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครสวรรค์ ใช้ปืนลูกซองยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บ ขณะนั่งเรือกลับบ้านหลังจากหาปลาในพื้นที่บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มี.ค.60​ ทั้งยังถูกแจ้งความดำเนินคดีกลับในข้อหา ลอบทำประมง,ขัดขืนการจับกุม และพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี

นายเทียนฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากในวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนกับนายจตุรงค์ฯ หลานชาย ไปหาปลาในพื้นที่บึงบอระเพ็ด เมื่อเสร็จแล้วได้ขับเรือแล่นผ่านเขตหวงห้ามพันธุ์สัตว์น้ำ เพื่อที่จะกลับที่พัก แต่ระหว่างทางได้มาพบ ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ฯ ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในยศ ร.ต.ท. สังกัด สภ.หนองปลิง พร้อมกับ เจ้าหน้าที่ประมงขับเรือตรวจการณ์ของกรมประมงผ่านมา

ก่อนที่ ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ฯ จะตะโกนบอกให้ตนหยุดเรือ พร้อมกับขับเรือเข้ามาเทียบข้างกับเรือตนริมฝั่งขวา ระยะห่างประมาณ 1 เมตร ตนจึงได้ยกหางเสือเรือขึ้นเพื่อจะชะลอความเร็ว แต่ทางคู่กรณีกลับชักอาวุธปืนลูกซองออกมายิงใส่เรือของตน จนกระสุนถูกตนได้รับบาดเจ็บ

โดยอ้างว่าเป็นการระงับเหตุ ทั้งๆที่ก่อนจะยิงนั้นก็ไม่ได้มีการถามไถ่อะไรเลย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวตน ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานนับ 5 วัน ก่อนที่จะเข้าแจ้งความเอาผิดกับ ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ฯ ที่ สภ.หนองปลิง ในข้อหา พยายามฆ่าและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนจะมีการส่งเรื่องดังกล่าวไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก่อนที่เรื่องจะเงียบหายไป

“อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ตนแจ้งความไม่นานตนก็ได้ถูก ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ฯ และเจ้าหน้าที่ประมง แจ้งข้อกล่าวหากลับในข้อหา ลอบทำประมง,ขัดขืนการจับกุม และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทั้งๆที่ตนไม่ได้กระทำผิดอะไรเลย อีกทั้งในเขตหวงห้ามดังกล่าวนั้นก็สามารถสัญจรไปมาได้ มีประชาชนมากมายที่ใช้เส้นทางดังกล่าวปกติ และตนขอยืนยันว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้ล่าสัตว์น้ำในเขตนี้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจถึงต้องปฏิบัติเช่นนี้กับพวกตน” นายเทียนกล่าว

ด้าน นายรณณรงค์ฯ กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมายังกองปราบฯ​ ในวันนี้ก็เพื่อตั้งใจมาแจ้งความเอาผิดต่อ ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ฯ เพิ่มเติมในฐานแจ้งความเท็จ จากกรณีที่กล่าวหาว่านายเทียนฯ ตั้งใจจะนำหางเสือเรือไปฆ่าเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้การที่ต้องออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ก็เพื่อต้องการเร่งรัดให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินคดีต่อตำรวจนายนี้ ในคดีพยายามฆ่า ที่มีการแจ้งความไปก่อนหน้านี้แล้ว​

แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรและสำนวนก็ยังไม่มีการส่งอัยการ ทราบว่าอยู่ในขั้นของอนุกรรมการเท่านั้น ทั้งที่ผู้เสียหายได้มีการแจ้งความไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มี.ค.60 แตกต่างกับคดีที่ทาง ร.ต.อ.ขจรศักดิ์ฯ และเจ้าหน้าที่ประมง แจ้งความเอาผิดกับนายเทียนฯ ซึ่งทราบว่าได้มีการส่งฟ้องไปยังศาลจังหวัดนครสวรรค์แล้ว แต่เบื้องต้นทางอัยการได้มีการสั่งยกฟ้อง เช่นเดียวกับศาลอุทรณ์ภาค 6 ก็มีคำสั่งไม่รับฟ้องด้วยเช่นกันเมื่อวันที่ 10 เม.ย.62​ ที่ผ่านมา เนื่องจากหลักฐานเอาผิดไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายยังต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันคนละ 2.7 แสนบาท จึงจำเป็นต้องมาร้องขอความเป็นธรรมในวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยในวันนี้ทางผู้เสียหายได้มีการนำเรือหางยาวมาทำการสาธิตจำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ รวมถึงขั้นตอนการยกหางเสือเพื่อชะลอความเร็วของเรือ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางด้าน พ.ต.อ. ทองศูนย์ฯ ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา ก่อนทำการสอบปากคำนายเทียนฯ เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่นำมามอบให้ ก่อนรวบรวมส่งผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งดำเนินการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง