กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย, พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.4 บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุม นายวินัยฯ หรือ โบ่ อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 263/2569 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2569 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ ทั้งนี้โดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันนั้นทั้งโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม ผู้เสียหายได้รู้จักกับคนร้ายผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก และพูดคุยกันจนสนิทสนมจนกระทั่งตกลงคบหากัน จากนั้นคนร้ายได้อ้างว่าตนลงทุนขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน เปิดหน้าร้านค้าผ่านเว็บไซต์ที่คนร้ายแนะนำ ใช้ชื่อแพลตฟอร์มว่า “LeLong Shopping” โดยสอนวิธีลงทะเบียน และให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าระบบเพื่อซื้อสินค้าและลงทุน
ในครั้งแรกผู้เสียหายสามารถเบิกถอนเงินออกมาได้จริงจำนวน 4,304.88 บาท ทำให้หลงเชื่อใจและโอนเงินร่วมลงทุนเพิ่ม ตามที่คนร้ายแนะนำอีกหลายครั้ง สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้ รวมมูลค่า
ความเสียหายทั้งสิ้น 10,118,133.51 บาท จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าบัญชีธนาคารในชื่อของนายวินัยฯ ถูกใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากการหลอกลวง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่านายวินัยฯ เป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชนฯ ของ สน.บางรัก โดยชักชวนให้ทำงานทำภารกิจในระบบ ต้องเติมเงินเข้าไปแล้วจะได้รับผลตอบแทน จนหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของนายวินัยฯ จำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 69,799 บาท ซึ่งนายวินัยฯ ถูกดำเนินคดีและต้องโทษในคดีดังกล่าวจนเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำ
พฤติการณ์จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับและทราบว่านายวินัยฯ ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม จากคดีฉ้อโกงประชาชนของ สน.บางรัก และกำลังจะออกจากเรือนจำ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ไปเฝ้าดักรอบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับเดินออกมาจากเรือนจำ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจ เพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายวินัยฯ โดย
นำข้อมูลทะเบียนราษฎร์มาตรวจสอบยืนยัน สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบ และเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามกฎหมายผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงปี 2567 ตนตกงาน จึงมีเพื่อนชักชวนให้ไปเปิดบัญชีที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยเสนอค่าจ้างบัญชีละ 5,000 บาท ตนตอบตกลง และเดินทางไปพร้อมกับแฟน และเพื่อนรวม 3 คน แต่ก่อนเดินทางต้องไปเปิดบัญชีธนาคารที่ จ.ปทุมธานีก่อน จากนั้นจึงเดินทางไปยังชายแดน และมีคนพาข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ
เมื่อถึงฝั่งปอยเปตได้ให้ตนสแกนใบหน้า ตนเปิดบัญชีให้ทั้งหมด 4 บัญชี ได้รับเงินค่าจ้าง 20,000 บาท และพักอยู่ในอาคารซึ่งเป็นคาสิโนประมาณ 10 วัน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ตนไม่คิดว่าจะถูกดำเนินคดี เนื่องจากคนทางฝั่งนั้น แจ้งว่าจะนำบัญชีไปใช้รับโอนเงินเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ ไม่คิดว่าจะถูกนำไปใช้หลอกลวงผู้อื่น
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ระวังคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์ที่เข้ามา
ตีสนิท หรือขอคบหาเป็นคนรักโดยไม่เคยพบหน้ากัน แล้วชักชวนให้ลงทุนเปิดร้านค้าออนไลน์ หรือลงทุน
ผ่านแพลตฟอร์ม แม้ในช่วงแรกจะถอนเงินได้จริงก็เป็นเพียงกลลวงให้หลงเชื่อ ก่อนลงทุนควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากหลงโอนเงินแล้วให้รีบแจ้งธนาคาร เพื่ออายัดบัญชีและแจ้งความโดยเร็ว นอกจากนี้ ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการชักชวนให้รับจ้างเปิดบัญชี หรือพาข้ามแดนไปสแกนใบหน้าเปิดบัญชีแลกค่าจ้าง และอย่าขายหรือให้ผู้อื่นยืมใช้บัญชีธนาคาร

