กรุงเทพฯ, 5 พ.ย.69 – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์หลังผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ว่าจะส่งผลให้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญข้อจำกัดในการผลักดันกฎหมายและงบประมาณใหม่ รวมถึงการตรวจสอบจากรัฐสภาที่เข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม นโยบายหลักยังมีแนวโน้มดำเนินต่อไปผ่านอำนาจฝ่ายบริหาร โดยความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้ายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในระยะข้างหน้า
สำหรับผลต่อเศรษฐกิจไทยนั้น ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ และความผันผวนของตลาดการเงิน ซึ่งอาจกระทบเงินเฟ้อ กำลังซื้อ และการส่งออก อย่างไรก็ดี การกระจายห่วงโซ่อุปทานโลกยังเป็นโอกาสดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และ Data Center ซึ่งยังขึ้นอยู่กับวัฏจักรการลงทุน AI โลก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ว่าผลการเลือกตั้งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์สหรัฐ และไทย โดยคาดว่าบอนด์ยีลด์ไทยอายุ 2 ปี และ 10 ปี ณ สิ้นปี 2569 จะอยู่ที่ 1.30% และ 2.50% ตามลำดับ ภายใต้สมมติฐานว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในการประชุมรอบที่เหลือของปี 2569) ส่วนเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นเป็นบางช่วง แต่กรอบการแข็งค่าของเงินบาทจะยังจำกัด เพราะ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งก่อนสิ้นปี โดยยังคงตัวเลขคาดการณ์เงินบาท ณ สิ้นปีนี้ที่ 33.80 บาทต่อดอลลาร์

