ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีมีผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตและองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง ไปร่วมรับฟังการรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจปทุมวันของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ว่า

วันเดียวกัน (9 เม.ย.) กระทรวงการต่างประเทศจะมีการพิจารณากันว่าจะทำหนังสือชี้แจงหรือเชิญทูตต่างๆ มาทำความเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้ในบ้านเขายังทำไม่ได้เลย แต่มาทำในบ้านเรา จึงต้องขอความร่วมมืออย่าให้มันเกิดอีก เพราะมันผิดหลักการการทูตของสหประชาชาติ การที่สถานทูตเข้ามาเกี่ยวข้องเรียกร้องกระบวนการยุติธรรมจะทำได้กรณีเดียวคือ กรณีคนของเขามีเรื่องในบ้านเรา เป็นกรณีเดียวที่สามารถทำได้ในหลักสากล แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องคนของเขา ไม่มีประเทศไหนเขายอม เขาไม่ทำกัน

“เมื่อเกิดกรณีเช่นนี้จึงต้องมีการทำความเข้าใจกันทั้งเรื่องหลักการและเรื่องจรรยาบรรณ มันอยู่ในหลักปฏิบัติพื้นฐานที่สถานทูตต้องรับทราบ ซึ่งกระทรวงเคยมีหนังสือเวียนไปแล้วครั้งหนึ่ง และเคยให้เอกอัครทูตแต่ละประเทศมาทำความเข้าใจว่าเรื่องประเภทนี้ไม่ใช่เรื่องที่พึงปฏิบัติ”นายดอน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคนของเราไปเชิญเขา เขามีความชอบธรรมในการเข้ามาสังเกตการณ์หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ตามหลักการเชิญไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ทางสถานทูตเขาต้องเข้าใจ และหลักปฏิบัติหากมีกรณีเกิดข้อสงสัยสถานทูตสามารถสอบถามมายังกระทรวงการต่างประเทศได้ว่าสามารถไปร่วมสังเกตการณ์ได้หรือไม่ เป็นหลักที่ปฏิบัติกันทั่วโลก ส่วนกรณีนายธนาธรต้องขึ้นศาลทหารสถานทูตจะไปร่วมสังเกตการณ์ได้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเรื่องของศาลเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง และเรื่องของศาลมักจะเปิดโอกาสให้สาธารณชนรับฟังอยู่แล้ว ถือเป็นคนละเรื่องกับการไต่สวนที่สถานีตำรวจ

เมื่อถามว่า ก่อนที่เขาจะมาสังเกตการณ์กรณีนี้ ได้สอบถามมายังกระทรวงการต่างประเทศก่อนหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่ได้สอบถาม และเรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องภายใน เขาจะดำเนินการอะไรตำรวจก็ไม่ได้ประกาศ ยกเว้นมีข่าวออกมา

เมื่อถามว่า กรณีเกิดการชุมนุมสถานทูตต่างๆ สามารถส่งตัวแทนเข้ามาสังเกตการณ์ได้หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า หากมีการชุมนุมบนถนนเราเองก็ยังติดตามดูห่างๆ เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ แต่เราจะไม่เข้าไปยุ่งเรื่องภายในของเขา

เมื่อถามว่า ถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการภายในของไทยหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า เอาเป็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเขาไม่ปฏิบัติกัน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของเรา เราไม่เคยทำกับใคร ประเทศอื่นๆ ก็ไม่ทำเช่นนี้กับประเทศไหน ไม่เคยมีหลักปฏิบัติในการเข้าไปเก็บข้อมูลในห้องไต่สวน และที่ถูกที่ควร หากอยากรู้บรรยากาศเป็นอย่างไรให้อยู่นอกสถานีตำรวจ การเข้าไปเก็บข้อมูลไม่ใช่เข้าไปนั่งฟัง ไม่มีทางที่ประเทศไหนๆ จะทำได้โดยเด็ดขาด ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่มีทางที่เขาจะให้เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นดิสเครดิตประเทศไทยหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า จะบอกว่าดิสเครดิตอย่างไร เอาเป็นว่าเราแตกต่างคือ เราง่ายเหลือเกิน เขาคิดว่าอยากทำอะไรก็ได้ในบ้านเมืองเรา ต้องถามประชาชนคนไทยว่าใครจะทำอะไรก็ทำได้มันเหมาะหรือไม่ในความรู้สึกคนไทย