ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตเดินหน้ากวาดล้างเครือข่ายนอมินีในพื้นที่ สภ.ฉลอง เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีราไวย์” ตรวจค้น 5 จุด เชื่อมโยงธุรกิจ 2 กลุ่ม ทั้งโรงเรียนนานาชาติและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เชื่อมโยง 6 บริษัท ประเมินมูลค่าทางธุรกิจเบื้องต้นกว่า 100 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายผลถึงผู้ลงทุนและตัวแทนนอมินี

วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2569) พล.ต.ต.สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต (ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต) เปิดเผยผล ”ปฏิบัติการทลายนอมินีราไวย์” ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 8 โดยมอบหมายให้ สภ.ฉลอง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สุระศักดิ์ ใจดี ผกก.สภ.ฉลอง ดำเนินการสืบสวนและเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต นำไปสู่การออกหมายจับชาวต่างชาติ 2 ราย ดำเนินคดีต่างชาติ 1 ราย และขยายผลออกหมายจับคนไทยร่วมขบวนการเพิ่มเติม
เครือข่ายแรก ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง พบความเชื่อมโยงของ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท T และบริษัท S มีพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการจัดโครงสร้างการถือหุ้นเพื่ออำพรางการควบคุมกิจการของคนต่างด้าว ตำรวจ สภ.ฉลอง จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจค้น 3 จุดตามหมายค้นพร้อมตรวจยึดเอกสารและพยานหลักฐาน นำไปสู่การดำเนินคดี โดยออกหมายจับบุคคลสัญชาติรัสเซีย 1 ราย ดำเนินคดีกับบุคคลสัญชาติเอสโตเนียอีก 1 ราย ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เครือข่ายที่ 2 ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลสัญชาติฝรั่งเศส พบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้บุคคลสัญชาติไทย 4 ราย ถือหุ้นหรือจัดตั้งบริษัทแทน โดยอาจไม่ได้ร่วมลงทุนหรือมีอำนาจบริหารกิจการอย่างแท้จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจค้น 2 จุดตามหมายค้น ครอบคลุม 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท M บริษัท PG บริษัท SS จำกัด และบริษัท G พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐาน นำไปสู่การดำเนินคดี โดยออกหมายจับบุคคลสัญชาติฝรั่งเศส 1 รายและบุคคลอื่นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตจะเดินหน้าปราบปรามขบวนการนอมินีอย่างจริงจัง โดยไม่หยุดเพียงการตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นในเอกสาร แต่จะสืบสวนขยายผลถึงผู้ลงทุน ผู้ควบคุมกิจการ และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง พร้อมดำเนินคดีตามพยานหลักฐานอย่างเด็ดขาดและเป็นธรรม
“ภูเก็ตเปิดกว้างสำหรับการลงทุนที่สุจริต แต่ไม่เปิดโอกาสให้ขบวนการนอมินีใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมาย ผู้ประกอบการที่ถูกต้อง ต้องได้รับความเป็นธรรม และผู้กระทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”
ทั้งนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ สร้างการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักลงทุน ภายใต้ปณิธาน “ภูเก็ตปลอดภัย นักท่องเที่ยวมั่นใจ ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา”
พร้อมฝากถึงประชาชน หากพบเบาะแสการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือการประกอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป

