ตำรวจ ปอศ. บุกค้นเว็บไซต์ E-Money เถื่อน

ตำรวจ ปอศ. บุกค้นเว็บไซต์ E-Money เถื่อน บริการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศ, รับแลก–โอนเงินหยวน ครบวงจรเงินหมุนเวียนกว่า 170 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์, พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์, และ พ.ต.ต.หญิง กิตติญา วิจิตรจันทร์ สว.กก.5 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้น บริษัท เถาเป่า (ประเทศไทย) จำกัด ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมจับกุม นายปริณ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี สัญชาติไทย กรรมการผู้มีอำนาจ ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง
,โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และเอกสารอีก 1 แฟ้ม

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก. 5 บก.ปอศ. ได้รับการประสานข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กรณีตรวจพบเว็บไซต์ ชื่อ Fupay (www.fupay1688.com) และ Taobao Thailand (www.taobao.co.th) มีการประกาศโฆษณาให้บริการการชำระเงินและเปิดรับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งการประกอบธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเว็บไซต์ทั้งสองข้างต้น ให้บริการรับแลกเงินหยวน โอนเงินหยวน เข้า Alipay และบริการเติมเงินสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์จากประเทศจีนอย่างครบวงจร โดยผู้ใช้บริการจะต้องสมัครสมาชิก จากนั้นทางเว็บไซต์จะสร้างบัญชีผู้ใช้งานพร้อมกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถเติมเงิน ฝาก-ถอน และใช้ชำระเงินสำหรับการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีนผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ 1688 ,Taobao และ เว็บไซต์ Tmall ลักษณะการให้บริการดังกล่าวถือเป็นการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีการดำเนินการในนามของบริษัทผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 170 ล้านบาท ในระยะเวลา 1 ปี โดยมีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 บัญชี ถูกใช้ในการทำธุรกรรม รับแลก และรับจ่ายเงินหยวน มีความเชื่อมโยงกับบัญชีที่ถูกใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ยอดเงินรวม กว่า 270,000 บาท

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชน โปรดเลือกใช้บริการ e-Money หรือการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ จากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตโดยถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เนื่องจากการให้บริการดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องมีการควบคุมและตรวจสอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ใช้บริการในวงกว้าง รวมถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยถึงการดำเนินการธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องโดยทันที หากต้องการตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทย เว็บไซต์ https://app.bot.or.th/BotLicenseCheck