“รองฯพัฒน์”ขานรับคำสั่งผบช.สตม. นำทีมชุดสืบ ตม.หนองคาย ออกลุยตรวจสืบ จับต่างด้าวผิดกฏหมายได้ทุกวัน

“โป๊ะแตกกลาง เมืองหนองคาย! รวบบังกลาเทศลอบข้ามโขง อ้างทำงานก่อสร้าง ตม.เร่งสแกนปมคอลเซ็นเตอร์”

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2569 เวลา(ประมาณ 12.00 น. ที่ทำการ ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของพล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.และสั่งการของ
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 นั้น ตม.จว.หนองคาย บก.ตม.4ได้รวมกัน่เร่งรัดสืบสวนการจับคนต่างด้าว สัญชาติบังคลาเทศ ข้อหา “เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” รายละเอียดดังนี้

ได้จับกุม MR.ROHMAT MOHAMMAD สัญชาติบังคลาเทศ อายุ 23 ปี ข้อหา “เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากการ สอบปากคำ ผู้ต้องหาให้ได้การว่า เมื่อวันที่ 30 ต.ค.69 เวลาประมาณ 21.30 น. ตนได้แอบข้ามแดนทางธรรมชาติ(แม่น้ำโขง) จาก สปป.ลาว เข้ามาในประเทศไทย และมาพักอยู่บริเวณ ศาลาใกล้กับร้านเซเว่นอีเลเว่น หน้าด่านสะพานมิตรภาพ 1 ต.มีชัย อ.เมือง จว.หนองคาย จนถึงเวลาเช้า ของวันที่ 31 ต.ค.69 ซึ่งต่อมาขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ ตม.จว.หนองคาย ออกสืบสวนฯ ในพื้นที่ มาถึงสถานที่เกิดเหตุและสังเกตเห็นชาย ผู้ต้องหาซึ่งคล้ายคนต่างด้าว จึงได้เข้าตรวจสอบและสอบถาม จึงทราบว่า ชายดังกล่าวไม่มีเอกสารการเดินทางหรือหนังสือใช้แทนหนังสือเดินทางติดตัวมาแต่อย่างใด มีเพียงภาพพาสปอร์ตของตนเองในโทรศัพท์มือถือ และรับสารภาพว่า มาจาก สปป.ลาว เข้ามาในประเทศไทยทางธรรมชาติ

โดยอ้างว่าได้ไปทำงานเป็น คนงานก่อสร้างที่ สปป.ลาว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากดูลักษณะแล้ว มีการศึกษาพอสมควรและสภาพเนื้อตัวเสื้อผ้าหน้าผมเครื่องแต่งกาย ดูค่อนข้างดีเป็นของใหม่เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป อีกทั้งยังมีภาพนั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับชาวจีนในสปป.ลาว ซึ่งหากเป็นคนงานก่อสร้าง ไม่น่าจะได้มีโอกาสรับประทานอาหารร่วมกับนายจ้างชาวจีนแบบนี้ จึงได้ทำการคัดกรองว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ Call center หรือไม่ แต่ไม่มีหลักฐานใดๆประกอบ จนท.ชุดจับกุมจึงได้ทำการจับกุมตัว บุคคลต่างด้าวรายดังกล่าวข้อหา “เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ควบคุมตัวส่ง พงส.สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และลงบัญชีบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้าประเทศต่อไป