“อนุทิน” ยัน โซลาร์ภาคประชาชนไม่เอื้อทุนใหญ่ ลดภาษี E20–B20 ช่วยเกษตรกร–ลดต้นทุนพลังงาน ชูความมั่นคงทางอาหาร ชวนร่วมมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี

อนุทิน ชาญวีรกูล

ทำเนียบรัฐบาล, 31 ต.ค. 69 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของรัฐบาลว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าจากหลังคาบ้านเพื่อใช้เอง และนำไฟฟ้าส่วนที่เหลือจากการใช้งานส่งกลับเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างรายได้ ส่วนประเด็นการล็อกสเปกและเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ นั้นนายอนุทินยืนยันว่าไม่มี เพราะ Vendor List มีผู้ประกอบการเป็นร้อยราย และประชาชนเป็นผู้เลือกผู้ติดตั้งได้เอง ส่วนการกำหนดให้มีหลักประกันหรือ Bank Guarantee เป็นหลักประกันให้ประชาชน

นอกจากนี้นายอนุทินยังยังกล่าวถึงการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 ว่า ประเทศไทยยังมีประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งการทำนา ทำไร่ ทำสวน การหว่านปุ๋ย และการลำเลียงผลผลิต จำเป็นต้องใช้น้ำมันดีเซลเป็นพลังงาน โดยเกษตรกรสามารถใช้ B20 ซึ่งสามารถใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตรและการขนส่งได้ ขณะที่ E20 สามารถใช้ทดแทนน้ำมันเบนซินได้ แต่ประชาชนยังไม่คุ้นเคยกับการใช้งาน กระทรวงพลังงานจึงต้องส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจและหันมาใช้มากขึ้น ทั้งนี้ การส่งเสริมการใช้ B20 จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์ม และเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยประชาชนยังสามารถเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งได้

นายกฯ กล่าวถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนต่างประเทศว่าได้ให้ความสำคัญกับการพบปะหารือผู้ประกอบการและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความต้องการ โดยสอบถามถึงปัจจัยที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการตัดสินใจเข้ามาลงทุนหรือขยายกำลังการผลิตในประเทศไทย จากการหารือนักลงทุนสะท้อนตรงกันว่าประเทศไทยมีจุดแข็งด้านโลจิสติกส์ รวมถึงมีศักยภาพในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน และมีบุคลากรที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะเพื่อรองรับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศได้ พร้อมทั้งระบุว่า การส่งเสริมการลงทุนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบและขั้นตอนการดำเนินงานของภาครัฐ โดยนักลงทุนได้สะท้อนข้อจำกัดบางประการ ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของโครงการลงทุนบางประเภท รัฐบาลจึงต้องเร่งพิจารณาทบทวนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และลักษณะโครงการเพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัวมากขึ้นภายใต้กรอบของกฎหมาย

นายอนุทินกล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองแรงงานไทยเพียงในแง่ต้นทุนค่าแรง แต่เห็นถึงศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะพื้นฐานด้านการศึกษา ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแรงงานทักษะสูงได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการเพิ่มทักษะ และพัฒนาทักษะใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่

นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องวางโครงสร้างต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อรองรับโอกาสด้านอาหาร โดยเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินใช้ มีเงินออม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมระบุว่าการนำวาระแห่งชาติด้านการเกษตรไปหารือและเปิดตัวนโยบายในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากจังหวัดอุดรธานีเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปีนี้ราคาข้าวและผลผลิตทางการเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี ประเทศไทยจึงควรนำเสนอความเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร โอกาสนี้ นายกฯ ยังเชิญชวนประชาชนให้ความสนใจมหกรรมพืชสวนโลกที่จะจัดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยระบุว่าเป็นมหกรรมที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสินค้าและพืชผลทางการเกษตร รวมถึงมีกิจกรรมทางวิชาการอีกมากมาย