ผบช.ทท. ชูแนวคิด “One Team One Strongest” ขับเคลื่อนงานปี 2570 น้อมนำหลักทรงงาน ร.9 – ร.10 ยกระดับความปลอดภัยการท่องเที่ยวไทย ผสานความร่วมมือ 31 ประเทศ สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวทั่วโลก

วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมแจ้งยอดสุข ชั้น 6 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจโท พงษ์สยาม มีขันทอง ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เป็นประธานมอบนโยบายการบริหารราชการ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมด้วย ผู้บังคับการ, ผู้กำกับการในสังกัด, ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับหัวหน้าสถานีตำรวจท่องเที่ยวขึ้นไปทั่วประเทศ ตลอดจนข้าราชการตำรวจในสังกัด เข้าร่วม และผ่านระบบการประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) เฝ้ารับฟังนโยบายพร้อมกันทั่วประเทศ
ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต รวม 31 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์, เกาหลีใต้, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, เยอรมนี, แคนาดา, แอฟริกาใต้, โปแลนด์, โอมาน, จีน, ญี่ปุ่น, นอร์เวย์, มองโกเลีย, มาเลเซีย, รัสเซีย, ลักเซมเบิร์ก, สโลวาเกีย, สวิตเซอร์แลนด์, สวีเดน, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, อิตาลี, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิสราเอล, ฝรั่งเศส และซาอุดีอาระเบีย เข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบาย สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดี และการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและมิตรประเทศทั่วโลก
สำหรับสาระสำคัญ ในการมอบนโยบาย ขับเคลื่อน “One Team One Strongest for Safety Tourism” พลตำรวจโท พงษ์สยามฯ ได้กล่าวมอบนโยบายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารราชการของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวให้เป็นเอกภาพ สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
น้อมนำหลักการทรงงาน ร.9 และพระบรมราโชบาย ร.10 เป็นเข็มทิศในการปฏิบัติงานหลักการทรงงาน 27 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) ยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติงานประจำวัน ตั้งแต่ความประพฤติของเจ้าหน้าที่ การแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างมีระบบ รู้จริง ตลอดจนหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
พระบรมราโชบายและพระราชปณิธาน 5 ประการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ร.10) “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ตามแนวทางที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบไว้ ได้แก่ ประเทศชาติมีความมั่นคง ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบในแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความมั่นคงของชาติ ประชาชนมีความสุข ดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และสร้างความอบอุ่นใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว แก้ไขในสิ่งที่ผิด ปรับปรุง แก้ไข และยกระดับการปฏิบัติงาน ขจัดจุดบกพร่องต่างๆ ในการให้บริการและการบังคับใช้กฎหมาย สืบสานพระราชปณิธาน ขับเคลื่อนภารกิจจิตอาสาและการทำความดีเพื่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน

รวมถึงยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ พัฒนาช่องทางประสานงานเร่งด่วนกับสถานเอกอัครราชทูต ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ และฝ่ายกงสุล พร้อมเชื่อมโยงกับองค์กรตำรวจระหว่างประเทศและประเทศต้นทาง เพื่อร่วมกันป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มอิทธิพล และภัยรูปแบบใหม่ รวมถึงพัฒนา “ทีมประสานวิกฤตนานาชาติ” ที่มีความพร้อมด้านภาษา กฎหมาย และวัฒนธรรม ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน
การให้บริการภายใต้แนวคิด “Your First Friend” ขับเคลื่อนการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตบริการ ความสุภาพ เป็นมืออาชีพ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าตำรวจท่องเที่ยวเป็นเพื่อนแรกที่เข้าถึงได้ ไว้วางใจได้ และพร้อมช่วยเหลือเสมอ พัฒนาเทคโนโลยี ระบบงาน และสวัสดิการ “TPB Family Care”: นำเทคโนโลยีทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน พร้อมเน้นย้ำการดูแลสวัสดิภาพของตำรวจและครอบครัวเมื่อประสบความเดือดร้อน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นคงทางจิตใจให้แก่กำลังพล
นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดให้มีกิจกรรมสัมมนาผู้บริหารเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ในหัวข้อ “ARAB WORLD FOR TOURIST POLICE” โดยได้รับเกียรติจาก มิสเตอร์ โมฮันนัด อัล-ฟาร์รา สถานเอกอัครราชทูตกาตาร์ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ตำรวจผู้เข้าร่วมการสัมมนา
การมอบนโยบายครั้งนี้ ถือเป็นการกำหนดทิศทางการบริหารราชการของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันสร้าง “ความปลอดภัยที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ และความเชื่อมั่นที่ประเทศไทยได้รับ” ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย อบอุ่น และเป็นมิตรสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างยั่งยืน

