ลูกชาย “แม่ภัทร” แจ้งจับเนิร์สซิ่งโฮมฉ้อโกง แฉผู้เสียหายโผล่กว่า 30 ราย

​เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเฉลิมฤทธิ์ จินดาวรรณ อายุ 40 ปี หรือ “เบนซ์” บุตรชายของ “แม่ภัทร” พร้อมด้วย น.ส.นวภัสร์ ภูสุนาทัน หรือ “ทนายลูกเกด” และ นายณัฐพล พรหมเลิศ ที่ปรึกษากฎหมาย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดีกับ “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโสธรชัยเนอร์สซิ่งโฮม” อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ในข้อหาฉ้อโกงและแอบอ้างเป็นสถานพยาบาล

​นายณัฐพล เปิดเผยว่า ศูนย์ดังกล่าวแอบอ้างว่ามีแพทย์และพยาบาลคอยดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงสถานดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) ที่ไม่มีแพทย์ประจำ นอกจากนี้ยังมีการส่งภาพและคลิปวิดีโอแจ้งว่าแม่ภัทรมีความเป็นอยู่สบายดีเพื่อเรียกเก็บเงิน ซึ่งเข้าข่ายฉ้อโกง โดยขณะนี้มีผู้เสียหายจากศูนย์ดังกล่าวกว่า 30-40 ราย ติดต่อเข้ามาผ่านเพจทนายลูกเกดเพื่อรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีเพิ่มเติม

ทางด้าน นายเฉลิมฤทธิ์ หรือ “เบนซ์” เปิดเผยโต้กระแสข่าวลือ ยืนยันว่าตนไม่ได้หลบหนีไปต่างประเทศ และได้เดินทางไปรับแม่ภัทรออกจากศูนย์ด้วยตนเองพร้อมกับน้าสาว ยืนยันว่าก่อนนำแม่ไปเข้าศูนย์ไม่ได้ไปดูสถานที่จริงเนื่องจากระยะทางไกล แต่ได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดด้วยการจองห้องแอร์เดี่ยว ส่วนภาพกรงขังที่ปรากฏในสื่อนั้น ตนไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยนำแม่ไปขังในกรงตามที่ถูกกล่าวหา ตนก็เป็นผู้เสียหายที่ถูกทางศูนย์ปิดบังข้อมูลเช่นกัน

สำหรับประเด็นตู้เซฟและทรัพย์สินของแม่ภัทรที่ระบุว่าสูญหายมูลค่ากว่า 9 ล้านบาทนั้น นายเฉลิมฤทธิ์ ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เคยนำทรัพย์สินของแม่ออกไปแม้แต่บาทเดียวหรือชิ้นเดียว ส่วนการย้ายตู้เซฟเนื่องจากน้าสาวจะปล่อยบ้านหลังดังกล่าวให้เช่า จึงขอร้องให้ตนช่วยย้ายเซฟออกไปเก็บไว้ที่อื่น ซึ่งตนมีหลักฐานยืนยัน และจากที่เคยเปิดเซฟพร้อมน้าสาว มูลค่าไม่ได้สูงถึง 9 ล้านบาท และไม่ได้มีทองคำแท่งจำนวนมากตามที่กล่าวอ้าง มีเพียงทองรับขวัญหลานเท่านั้น

นายเฉลิมฤทธิ์ ยอมรับว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ตนเครียดอย่างหนักจนเกิดอาการแพนิก ต้องพบแพทย์และรับยาประคองอาการ ส่วนสาเหตุที่ออกมาชี้แจงช้าเนื่องจากต้องใช้เวลารวบรวมเอกสารจากหน่วยงานราชการ พร้อมระบุว่าเพิ่งได้คุยโทรศัพท์กับแม่เรื่องการไกล่เกลี่ยเมื่อวานนี้ และอยากให้กลับมาพูดคุยกันภายในครอบครัวมากกว่าการออกสื่อ

“ทั้งชีวิต คุณแม่ก็น่าจะรู้ เวลาคุณแม่ทำอะไรเสี่ยง ๆ ผมก็เป็นคนรับแทนในหลาย ๆ เรื่อง แม้แต่ตัวโรงงานที่คุณแม่พูด คุณแม่น่าจะรู้อยู่แล้วว่ากำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ แล้วก็ไม่อยากให้โดนคนอื่นหลอกครับ” นายเฉลิมฤทธิ์ กล่าว

​ขณะที่ น.ส.นวภัสร์ (ทนายลูกเกด) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีกลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย ทั้งอดีตลูกจ้าง ซัพพลายเออร์ และช่างรับเหมา ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลว่า เคยถูกบุคคลคนหนึ่งใช้เทคนิคทางกฎหมาย แจ้งความหรือฟ้องร้องในข้อหาต่างๆ เช่น ข้อหาลักทรัพย์ หรือปิดบ้านไม่ให้เข้า เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์บางอย่าง โดยผู้เสียหายระบุว่า เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเบนซ์ผู้เป็นลูก จึงกล้าออกมาให้ข้อมูลเพราะมองว่า “ขนาดคนเป็นลูก เขายังทำได้ แล้วคนอื่นจะเป็นอย่างไร” ซึ่งทางทีมกฎหมายมีหลักฐานทั้งภาพ คลิป และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เตรียมนำมาแถลงชี้แจงต่อไป