CIB ทลายเครือข่ายค้ากามข้ามชาติ รวบสิงคโปร์–คนไทย จัดหาสาวไทยขายบริการผ่านเว็บดัง
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ผนึกข้อมูลตำรวจสิงคโปร์ แกะรอยเครือข่ายค้าประเวณีออนไลน์ “Lover’s Fortress” ใช้เว็บไซต์ “7th Heaven” และ “7th Heaven 2” จัดหาหญิงไทยไปค้าประเวณีในสิงคโปร์ ตามรวบผู้ต้องหาในพื้นที่ระยองและพิษณุโลก พร้อมยึดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สมุดบัญชี และทรัพย์สินรวมกว่า 3.5 แสนบาท ก่อนขยายผลจับหุ้นส่วนชาวสิงคโปร์เพิ่ม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ขยายผลคดีเครือข่ายค้าประเวณีข้ามชาติ หลังได้รับข้อมูลจากหน่วยงาน Specialised Crime Branch กองสืบสวนอาชญากรรมสิงคโปร์ พบขบวนการจัดหาหญิงไทยไปค้าประเวณีในประเทศสิงคโปร์ ก่อนสืบสวนเส้นทางการเงินและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.พิษณุโลก
แกะรอยเครือข่ายออนไลน์ จัดหาหญิงไทยไปสิงคโปร์
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม Lover’s Fortress ซึ่งใช้เว็บไซต์ชื่อ “7th Heaven” และ “7th Heaven 2” เป็นช่องทางดำเนินการ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบรายการรับโอนเงินที่เชื่อมโยงกับการค้าประเวณี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม MR.LEOW อายุ 46 ปี สัญชาติสิงคโปร์ และผู้ต้องหาหญิงชาวไทยอีก 2 ราย ตามหมายจับศาลอาญา พร้อมเรียกนายพงศกร อายุ 35 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนขยายผลจับกุม MR.AARON อายุ 42 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหุ้นส่วนร่วมขบวนการ
ผู้ต้องหาให้การซัดทอดบทบาท แบ่งหน้าที่จัดหาลูกค้า
จากการสอบปากคำ MR.LEOW ให้การรับว่า เริ่มจัดหาหญิงไทยไปขายบริการทางเพศในประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2562 โดยมี MR.AARON เป็นหุ้นส่วน ขณะถูกจับกุมมีหญิงไทยอยู่ในความดูแลประมาณ 6 คน ใช้แอปพลิเคชัน Telegram, LINE และ WhatsApp ในการประชาสัมพันธ์ รับงาน และติดต่อลูกค้า รวมถึงใช้บัญชีธนาคารของผู้ต้องหาหญิงรายหนึ่งรับเงิน ก่อนโอนต่อเข้าบัญชีของตนเอง
ด้าน น.ส.อาภาภรณ์ ให้การรับว่าเป็นภรรยาของ MR.LEOW และมีหน้าที่ประสานงานกับเอเจนซี จัดการตั๋วเครื่องบินและที่พักให้หญิงไทยที่เดินทางไปขายบริการในสิงคโปร์ โดยได้รับค่าคอมมิชชันจากส่วนต่างค่าใช้จ่าย
ขณะที่ น.ส.นันทณีย์ ให้การว่าได้ให้บัญชีธนาคารแก่ MR.LEOW โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ทราบว่าจะนำไปใช้ในกิจการใด พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้าประเวณี ส่วนนายพงศกร ให้การรับว่าทำหน้าที่แอดมินตอบลูกค้า และรับคำสั่งจาก น.ส.อาภาภรณ์ ให้ตัดต่อรูปภาพหญิงสาวในเครือข่าย
ยึดของกลางกว่า 3.5 แสนบาท ก่อนขยายผลจับหุ้นส่วนเพิ่ม
จากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายครั้งแรก เจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 14 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 10 ใบ เงินสด 100,000 บาท และเครื่องประดับ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 350,000 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุม MR.AARON ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหุ้นส่วนร่วมขบวนการ พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถืออีก 3 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม และเครื่องประดับ เพื่อนำไปตรวจสอบและประกอบการดำเนินคดี
แจ้งข้อหาหนัก ทั้งค้าประเวณี ฟอกเงิน และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาตามพฤติการณ์แห่งคดีในความผิดเกี่ยวกับการเป็นธุระจัดหาและพาบุคคลไปเพื่อการค้าประเวณี การช่วยเหลือหรือรับประโยชน์จากการค้าประเวณี การโฆษณาชักชวนเพื่อการค้าประเวณี ตลอดจนความผิดเกี่ยวกับการสมคบฟอกเงิน การฟอกเงิน และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

