ศูนย์ ACSC ชี้คดีหลอกลงทุนคริปโตฯ ครองแชมป์ทำสูญเงินสูงสุด พร้อมเตือนภัยแก๊งหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตฉอ.ตร.) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เปิดสถิติคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 18-24 ต.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 6,220 คดี มูลค่าความเสียหาย 333 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 11-17 ต.ค. 69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนเพิ่มขึ้น 187 คดี เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นกว่า 60 ล้านบาท

ข้อมูลคดีรับแจ้งความออนไลน์ในรอบสัปดาห์ มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ถูกหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ เป็นจำนวนเคสที่มากที่สุด 4,693 คดี คิดเป็น 75.5% ของคดีทั้งหมด แต่ในส่วนที่สร้างความเสียหายมากที่สุดรวมกว่า 90 ล้านบาทของยอดความเสียหายภาพรวมทั้งหมดในสัปดาห์นี้ เป็นคดีหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน คิดเป็น 27.0% ของคดีทั้งหมด
โดยช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายมากที่สุด ได้แก่ Facebook ที่มีจำนวนคดี 3,071 คดี คิดเป็น 54.74% มากกว่า Line ที่มีจำนวนคดี 516 คดี แต่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุดถึง 76.69 ล้านบาท คิดโดยเฉลี่ยสูงถึง 148,628 บาทต่อเรื่อง

ส่วนช่องทางการโอนเงิน พบว่า 97.97% ของเรื่องที่แจ้งทั้งหมด 5,496 เรื่อง ผู้เสียหายจะโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร รวมมูลค่าความเสียหายผ่านบัญชีธนาคารกว่า 216.37 ล้านบาท และจากรายงานตัวเลขความเสียหายรวมทั้งประเทศยังคงน่าเป็นห่วง โดยมียอดเงินสูญเสียพุ่งสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยสรุปตัวเลขในรอบสัปดาห์นี้ มีเรื่องรับแจ้งความรวมทั้งสิ้น 5,610 เรื่อง ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ก่อน 6.42% โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมสูงขึ้นถึง 311.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 16.38% ขณะที่ ความเสียหายเฉลี่ยต่อเรื่องอยู่ที่ประมาณ 55,439 บาทต่อคดี ซึ่งเพิ่มขึ้น 24.36%

รูปแบบกลโกงมิจฉาชีพที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุดในรอบสัปดาห์

  1. หลอกลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี มูลค่าความเสียหายรวม 58.90 ล้านบาท
  2. แอบอ้างเป็นตำรวจ / DSI / ปปง. มูลค่าความเสียหายรวม 49.13 ล้านบาท
  3. ร้านค้าปลอมบนโซเชียลมีเดีย มูลค่าความเสียหายรวม 47.07 ล้านบาท
  4. รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐปลอม มูลค่าความเสียหายรวม 26.47 ล้านบาท
  5. งานเสริมออนไลน์ เช่น กดไลก์ และกดรับออเดอร์ มูลค่าความเสียหายรวม 24.89 ล้านบาท
  6. หลอกให้จ่ายค่าธรรมเนียมสมัครงาน มูลค่าความเสียหายรวม 15.96 ล้านบาท

ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า

1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 95 คดี มูลค่าความเสียหาย 66 ล้านบาท
2.สมุทรปราการ มีการแจ้งความไว้ 30 คดี มูลค่าความเสียหาย 3.9 ล้านบาท
3.นนทบุรี มีการแจ้งความไว้ 29 คดี มูลค่าความเสียหาย 27.4 ล้านบาท

และยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน

3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน

ขณะที่รายงานผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปคม. รับตัวคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศเพื่อนบ้าน
รวม 58 ราย แบ่งเป็นรับตัวคนไทยจาก สปป.ลาว รวม 33 คน ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ทั้งนี้ให้การสอดคล้องกันว่าไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ufa55.com และ Dream168.com ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ก่อนนำตัวดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังตัวคนไทย จากประเทศกัมพูชา 25 ราย ที่ด่านคลองลึก จังหวัดสระแก้ว ในจำนวนนี้ มี 14 รายให้การถูกชักชวนไปทำงานผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยเสนอค่าข้างเดือนละ 15,000-30,000 ส่วนที่เหลืออีก 11 ราย ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. จับกุมคนไทย 1 ราย, ชาวจีน 1 ราย และชาว​
เวียดนาม 1 ราย บริเวณ ทล.304 กม.87 อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างขับรถแท็กซี่ให้นำพาชาวจีนและชาวเวียดนามหลบหนีเข้าเมือง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยประการใดๆ ซึ่งบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายแก่​ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหากับชาวจีนและชาวเวียดนาม ฐานกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยและเน้นย้ำประชาชน ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษต่อภัยสังคมรูปแบบการหลอกลวงชักชวนไปทำงานต่างประเทศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มประกาศรับสมัครงานที่เสนอผลตอบแทนหรือเงินเดือนสูงผิดปกติ รูปแบบงานไม่ชัดเจน หรือมีการชักชวนหรือจูงใจให้เดินทางข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมากที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ หรือถูกบังคับและชักจูงให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดกฎหมาย

ขอให้สังเกตพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพ ดังต่อไปนี้
โพสต์โฆษณาชวนเชื่อรายได้ดี,พูดคุยโน้มน้าวและสร้างความน่าเชื่อถือ,บังคับลักลอบข้ามแดนผิดกฎหมาย
และ ยึดเอกสารและบังคับทำงานผิดกฎหมาย

ดังนั้นก่อนตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลความน่าเชื่อถือผ่านกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเสียก่อนทุกครั้ง อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อทางอินเทอร์เน็ตที่อ้างว่าไปทำงานง่ายได้เงินไว โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางราชการ หากพบเห็นเบาะแสการชักชวนไปทำงานที่ผิดปกติ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทรแจ้งสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”