สศอ.-สถาบันอาหาร เผย โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย สุดปัง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.4 พันล้าน

ศุภกิจ บุญศิริ ไปยดา หาญชัยสุขสกุล

กรุงเทพฯ, 26 ตุลาคม 2569 – สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันอาหาร เผยผลสำเร็จการดำเนินงาน “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”  เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยรวม 120 ราย นำร่องศึกษาตลาดตุรกี และอินเดียแบบเจาะลึก หวังรุกช่องทางการค้าใหม่ ๆ ยกระดับ 42 กิจการ  สู่มาตรฐานฮาลาลในทุกมิติ ตั้งแต่ภาคการผลิตจนถึงการตลาด หนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูปต้นแบบด้วยนวัตกรรม รวม 20 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Functional Food และโปรตีนทางเลือก  ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมนำทัพผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทย 58 ราย ร่วมอีเว้นท์เวทีนานาชาติเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในภาพรวมคาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 1.4 พันล้านบาท

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลกภายในปี 2570 ซึ่งทางสศอ.ได้มอบหมายให้สถาบันอาหาร เป็นหน่วยงานรับดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก  กำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้อย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาตลาดฮาลาลเชิงลึกในต่างประเทศ การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล ไปจนถึงการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงสู่ตลาด ผ่านงานแสดงสินค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับคู่ค้าที่มีศักยภาพ

ทั้งนี้ได้ดำเนินงานผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การสำรวจและประเมินศักยภาพตลาดอาหารฮาลาลในต่างประเทศเพื่อการส่งออก เพื่อค้นหาโอกาสทางการค้าและข้อมูลความต้องการของตลาดเป้าหมาย ในครั้งนี้พบว่าในตลาดตุรกี สินค้าฮาลาลของไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดผ่านรูปแบบ OEM การส่งออกวัตถุดิบเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน HORECA และการใช้จุดแข็งด้านวัตถุดิบปลอดการดัดแปลงพันธุกรรม หรือ Non-GMO ขณะที่ตลาดอินเดียมีโอกาสจากการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคมุสลิมและผู้บริโภคมังสวิรัติ รวมถึงการวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดหลากหลายช่องทาง ได้แก่ ช่องทาง Quick Commerce ร้านค้าเฉพาะทาง กลุ่มโรงแรมและภัตตาคาร หรือ HORECA ไปจนถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่

ศุภกิจ บุญศิริ ไปยดา หาญชัยสุขสกุล

นายศุภกิจ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมการเชื่อมโยงตลาดทั้งใน และต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของโครงการฯ โดยตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไปพบกับตลาดและคู่ค้าจริง ซึ่งเป็นการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตลาดภายในประเทศ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการจำนวน 38 กิจการ เข้าร่วมงาน GRAND HALAL BANGKOK 2026 เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจภายในงานถึง 140 คู่ และมีแนวโน้มสร้างรายได้รวมกว่า 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 32.18 ด้านการขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการจำนวน 20 กิจการ เข้าร่วมงาน SIAL Guangzhou 2026 ณ เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติ เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจภายในงานถึง 118 คู่ และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 195 ล้านบาท หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15.32

“ในภาพรวมเมื่อประเมินจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้ พบว่ามีมูลค่าราว 1,438 ล้านบาท เป็นผลลัพธ์และความสำเร็จที่เกิดจากการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า อาหารฮาลาลไทยมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน นวัตกรรม และศักยภาพที่พร้อมจะเติบโตแบบก้าวกระโดดสู่เวทีสากล  ผมเชื่อมั่นว่าโครงการฯ นี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ‘ศูนย์กลางฮาลาลแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Halal Hub)’ ได้ตามเป้าหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” ผอ.สศอ. กล่าว

ศุภกิจ บุญศิริ ไปยดา หาญชัยสุขสกุล

นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ได้ใช้จุดแข็งด้านความพร้อมของบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ดำเนินกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล แก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 42 กิจการ เพื่อยกระดับความพร้อมด้านมาตรฐานฮาลาลในทุกมิติ ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดขยายโอกาสทางธุรกิจและเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยผลจากการเชื่อมโยงสู่ตลาดสามารถสร้างยอดสั่งซื้อและประเมินมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 483 ล้านบาท หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 73.57 

นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึก แก่ผู้ประกอบการ 20 กิจการ ครอบคลุมกลุ่มอาหารเชิงหน้าที่ (Functional Food) และอาหารโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) โดยนำแนวคิด Halal by Design, Quality by Design และ Risk-based Approach มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลรูปแบบใหม่ที่ตอบรับกระแสการบริโภคยุคปัจจุบัน จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ อาทิ โปรตีนถั่วเหลืองทอดกรอบ เครื่องดื่มโปรตีนจากพืชชนิดผงชงดื่ม เป็นต้น ประเมินว่าสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าได้มากกว่า 395 ล้านบาท และมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 21.64  เป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทย นับเป็นการผลักดันผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก