“รองฯ พัตท์” นำทีมสืบ ตม.หนองคาย รวบชายชาวลาววัย 60 ปี ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ตามหมายจับศาลอาญาตั้งแต่ปี 2559 ขณะเตรียมเดินทางกลับประเทศผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 หลังหลบหนีนานเกือบ 10 ปี ก่อนคุมตัวส่งกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันที่ 24 ต.ค.2569 (เวลาประมาณ 17.00 น.)ที่ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร.พร้อมทั้งข้อสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ,
พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ รอง ผบช.สตม. ,
พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม. ,
พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. ,พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผบก.ตม.4 นั้น
ในวันนี้ตนพร้อมชุดสืบสวน ตม. จว.หนองคาย ได้เร่งสืบสวนตามคำสั่งให้เร่งรัดจับกุม ผตห.ที่มีหมายจับและหลบหนี ลักลอบข้ามแดน ได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาสัญชาติลาว อายุ 60 ปี ราษฎรบัานหนองภูเวียง เมืองปากงึม แขวงเวียงจันทน์ ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 2175/2559 ลงวันที่ 2 พ.ย.2559 ในข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำการความผิดค้ามนุษย์ และได้ลงมือกระความผิดฐานค้ามนุษย์ตามที่ได้สมคบกัน,ร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเดิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น เป็นตัวการร่วม”

พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ เปิดเผยอีกว่า จากการ สอบปากคำ ผตห.ให้ได้การว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2555 ได้ไปอยู่กับบุตรสาวที่มีแฟนเป็นคนไทย ที่ จว.ปัตตานี แล้วเดินทางไป-กลับ ระหว่าง ประเทศไทย และ สปป.ลาว ต่อมา ได้มีราษฎรบ้านพ้าว เมืองปากงึม แขวงเวียงจันทน์ เป็นชาย 4 คน มาขอตนเพื่อไปทำงาน ที่ จว.ปัตตานี ประเทศไทย ตนจึงแนะนำให้ไปทำเอกสารเดินทาง เสร็จแล้ว ก็ไปด้วยกับตน แต่ตนทราบว่า มีหนึ่งในนั้น มีชายชื่อ นายสนทะนา ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 15-16 ปี พอเดินทางไปถึง จว.ปัตตานี แล้ว กลุ่มชายจำนวน 3 คน สมัครใจจะไปทำงานออกเรือหาปลา แล้ว นาย สนทะนา จึงสมัครใจไปกับกลุ่มดังกล่าวด้วย ตนก็ได้ห้ามไว้ เพื่อจะให้เลี้ยงหลานช่วย แต่ นายสนทะนา ก็ยังยืนยันจะไป และก็เดินทางไปทั้ง 4 คน แล้วต่อมาประมาณปี 2557 ตนทราบว่า นายสนทะนาถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และถูกส่งกลับไป สปป.ลาว ซึ่งตนก็กลับไปอาศัยอยู่ที่บ้าน สปป.ลาว และก็ถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว จับกุมดำเนินคดี ถูกจำคุก ประมาณ 3 ปี 10 เดือน 10 วัน พอพ้นโทษ ก็อาศัยอยู่ที่บ้านตน มาตลอด

โดยต่อมา ในปีนี้ (2569) ตนจึงได้เข้ามาประเทศไทย เพื่อเยี่ยมหลานที่ รังสิต ปทุมธานี ไป-กลับ หลายครั้งแล้ว ล่าสุดตนได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 ก.ย.69 และจะเดินทางกลับไป สปป.ลาว ทางสะพานมิตรภาพ 1 จ.หนองคาย จึงทราบข้อมูลว่า ตนมีหมายจับ และถูกจับกุมในที่สุด ชุดสืบสวนจึงจับกุมจึงได้ควบคุมตัวส่ง พงส.กก.6 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ”พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ กล่าว

