กรุงเทพฯ, 22 ต.ค 69 – นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เตรียมคนและรัฐไทย ให้พร้อมรับมือ AI และโลกรวน” ในงาน TDRI Annual Public Conference 2026 ภายใต้หัวข้อ“ความ (ไม่) มั่นคงของคนไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน” โดยมี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. และ ดร.วิรไท สันติประภพ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เข้าร่วม ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์
นายยศชนัน กล่าวว่า ความกลัวที่แท้จริงของประเทศคือการที่เรา “ไม่สามารถหายใจด้วยจมูกของตัวเองได้” ซึ่งสะท้อนถึงการขาดขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของตนเอง จนต้องพึ่งพาผู้อื่นและเสี่ยงต่อการถูกตัดความช่วยเหลือ ส่งผลให้ประเทศเสียเปรียบในการเจรจาต่อรอง ท่ามกลางโลกที่เผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน (Disruption) อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Infrastructure) ที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม ตลอดจนกำหนดทิศทางการพัฒนาของตนเองให้สามารถรับมือกับความท้าทายของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเตรียมความพร้อมของประเทศจำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคแห่งการบรรจบและหลอมรวมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Age of Scientific Convergence) ซึ่งพัฒนาจากการศึกษาทำความเข้าใจธรรมชาติแยกตามสาขาวิชา เช่น ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ไปสู่การพยากรณ์ปรากฏการณ์ต่าง ๆ และก้าวสู่ยุคที่ศาสตร์แต่ละแขนงเชื่อมโยงและหลอมรวมกันอย่างลึกซึ้ง โดยก้าวข้ามข้อจำกัดของขอบเขตความรู้แบบเดิม เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ พัฒนานวัตกรรม และค้นหาคำตอบให้กับปัญหาที่ซับซ้อนซึ่งยังไม่สามารถคลี่คลายได้
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังการประมวลผล (Computing Power) เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งการเชื่อมโยงและสังเคราะห์องค์ความรู้จากหลากหลายสาขา อาทิ ประสาทวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ควอนตัม วัสดุศาสตร์ พลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้ที่มีความซับซ้อนและยากต่อการประมวลผลอย่างครอบคลุมด้วยศักยภาพของมนุษย์เพียงคนเดียวหรือการศึกษาเฉพาะสาขา การนำ AI มาใช้จึงช่วยวิเคราะห์ความสัมพันธ์และบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ จะนำไปสู่การพัฒนาแนวคิดและทฤษฎีใหม่ ตลอดจนต่อยอดสู่การแก้ไขโจทย์สำคัญของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทยให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

