วันที่ 21 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผบก.น.8 สั่งการให้ พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รอง ผกก.สส.บก.น.8 นำกำลังฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 และสน.บุคคโล จับกุม 2 ผู้ต้องหา เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คือ น.ส.ขวัญฤทัย อายุ 25 ปี จับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านดาวคะนอง และนายยาม ชุน ลัม (YAM CHUN LAM) อายุ 26 ปี สัญชาติมาเลเซีย จับกุมได้ที่ปากซอยอุดมสุข 25/1
การจับกุมสืบเนื่องจาก น.ส.ธัญศญา อายุ 28 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ข่มขู่ว่าเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย บังคับให้โอนเงิน 1.2 แสนบาท และให้นำทองคำหนัก 40 บาท มูลค่ารวมกว่า 3.1 ล้านบาท ไปมอบให้ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านท่าพระ ถนนรัชดา กทม. เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา
ต่อมาวันที่ 17 ต.ค. ตำรวจตามจับกุม น.ส.ขวัญฤทัย ซึ่งเป็นผู้มารับทองคำจากผู้เสียหาย โดย น.ส.ขวัญฤทัย อ้างว่าตนเองก็ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็น DSI ชื่อ “เคที่” หลอกลวงเช่นกัน และถูกสั่งผ่านแอปพลิเคชันไลน์ให้ไปทำภารกิจรับของกลาง โดยสั่งให้นำทองบางส่วนไปขายได้เงินมา 77,970 บาท ก่อนโอนกลับไป 20,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือเก็บไว้เป็นค่าทำภารกิจ จากนั้นถูกสั่งให้นำทองคำที่เหลือไปส่งมอบให้ชายปริศนาที่บริเวณซอยตากสิน 9/3
กระทั่งวันที่ 20 ต.ค. ตำรวจขยายผลจับกุม นายยาม ชุน ลัม ชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้มารับทองต่อจาก น.ส.ขวัญฤทัย ได้ที่หน้าโรงแรมย่านอุดมสุข แม้ผู้ต้องหาจะพยายามหลบหนีอย่างซับซ้อนด้วยการเปลี่ยนรถรับจ้างหลายต่อและเปลี่ยนเสื้อผ้าอำพรางตัว
ตรวจค้นพบเงินสด 57,920 บาท ซุกซ่อนอยู่ในกระปุกออมสินรูปแมว ขณะที่ผู้เสียหายได้เข้ายืนยันทรัพย์สิน พระเครื่องเลี่ยมทอง 4 องค์ และเสื้อคลุมสีเทาที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันก่อเหตุได้ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

