รัฐสภา, 19 ตุลาคม 2569 – นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ตั้งกระทู้ถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในที่ประชุมวุฒิสภา ต่อกรณีโครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนต่อขยาย (Double Deck) หรือทางด่วน 2 ชั้น ช่วงงามวงศ์วาน–พระราม 9 ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร โดยชี้ว่าเป็นการแก้ปัญหาจราจรผิดทิศทาง พร้อมเปิดเผยตัวเลขความล้มเหลวในการจัดสรรงบประมาณพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศ
นายสุนทร เปิดเผยตัวเลขสถิติว่า ที่ผ่านมาภาครัฐทุ่มงบประมาณไปกว่า 900,000 ล้านบาท สำหรับโครงการพัฒนาถนนถึง 104 โครงการ แต่ผลลัพธ์กลับทำให้ความเร็วเฉลี่ยของการเดินทางเพิ่มขึ้นเพียง 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น จากเดิมขยับมาอยู่ที่เพียง 24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งช้ากว่าความเร็วในการปั่นจักรยานเสียอีก จึงตั้งคำถามว่า นโยบายการแก้ปัญหาการจราจรของกระทรวงคมนาคมมาถูกทางแล้วหรือไม่ ขณะเดียวกัน เป้าหมายการผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ที่ 30% แต่ตัวเลขจริงกลับอยู่ที่เพียง 12% เท่านั้น แล้วเป้าหมายระยะยาวที่จะเพิ่มเป็น 60% ในปี 2580 จะเกิดขึ้นได้อย่างไร หากรัฐยังคงมุ่งเน้นการทุ่มงบประมาณและขยายพื้นที่ให้รถยนต์ส่วนบุคคลเช่นนี้
สำหรับโครงการทางด่วน 2 ชั้น สว.สุนทร ระบุว่า โครงการดังกล่าวริเริ่มมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในยุคที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม โดยอ้างว่าจะช่วยแก้ปัญหารถติด แต่แท้จริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความจุบนทางด่วน แต่อยู่ที่ทางลงซึ่งรองรับปริมาณรถไม่ได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นคอขวดสะสมลงสู่พื้นราบเช่นเดิม
นอกจากนี้ ประเด็นที่น่ากังขาที่สุดคือความคุ้มค่าและสัญญาที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนเอกชน โดยในอดีตรัฐเคยเสียค่าโง่จนต้องขยายสัมปทานมาแล้ว แต่ครั้งนี้รัฐบาลกลับมีแนวทางที่จะขยายสัญญาสัมปทานให้เอกชนยาวนานถึง 22 ปี 5 เดือน เพื่อแลกกับการให้เอกชนลงทุนก่อสร้างราว 35,000 ล้านบาท ขณะที่ประมาณการรายได้ที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ควรจะจัดเก็บได้เองอาจสูงถึง 170,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตกปีละกว่า 6,000 ล้านบาท ทั้งยังมีกระแสข่าวการปรับสัดส่วนรายได้เป็น 50:50 โดยไม่มีความโปร่งใส ทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่านี่เป็นนโยบาย Quick Big Win ของประชาชนหรือของกลุ่มทุนเอกชนกันแน่ ?
ขณะเดียวกัน นายสุนทร ยังแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและมาตรฐาน EIA โดยยกกรณีถนนพระราม 2 ที่มีแผนงานสวยหรูแต่เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตซ้ำซาก “โครงการนี้ต้องก่อสร้างคร่อมทางด่วนเดิมใจกลางเมืองและตัดผ่านแนวรถไฟฟ้า ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี ประชาชนที่สัญจรไปมาต้องรับความเสี่ยง จึงอยากทราบว่าหากเกิดความสูญเสียใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ”
ทั้งนี้สมาชิกวุฒิสภาได้ย้ำคำถาม 3 ข้อไปยัง รมว.คมนาคม คือ (1) ทางด่วน 2 ชั้นจะแก้ปัญหารถติดได้จริงหรือเป็นเพียงการย้ายคอขวด พร้อมทบทวนทิศทางนโยบายที่เน้นสร้างถนนแต่ได้ผลลัพธ์ไม่คุ้มค่า (2) ความคุ้มค่า ความโปร่งใสของสัญญาสัมปทาน 22 ปี 5 เดือน มูลค่ากว่า 1.7 แสนล้านบาท และแนวทางส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะที่ชัดเจน และ (3) แผนความปลอดภัยและผู้รับผิดชอบกรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างก่อสร้าง “ผมไม่อยากให้ทางด่วน 2 ชั้น กลายเป็นอนุสาวรีย์ที่ท่านและประชาชนไม่อยากจดจำ จึงอยากเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมทบทวนโครงการนี้อย่างรอบคอบ”

