กทม.ต้อนรับเอกอัครราชทูตเคนยาฯ พร้อมหารือความร่วมมือเมืองพี่เมืองน้อง กรุงเทพฯ – ไนโรบี

(19 ต.ค. 69) เวลา 10.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับนางลูซี อึนเจรี คีรูธู (H.E. Mrs. Lucy Njeri Kiruthu) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยาประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมคณะผู้แทน ประกอบด้วย นายเกล็น ที. เอกีซา เอ็ดยัง (Mr. Glenns T. Ekisa Etyang) รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต และนางสาวไอรีน อื่นดูกู คีมาตู (Ms. Irene Nduku Kimatu) เลขานุการเอก ณ ห้องอมรพิมาน ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกรุงเทพมหานครและสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยา การสานสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างกรุงเทพฯ – ไนโรบี เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนให้แน่นแฟ้น การผลักดันความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับกรุงไนโรบีและเมืองอื่น ๆ ของสาธารณรัฐเคนยา รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเขตเมือง ซึ่งต่างได้รับผลกระทบคล้ายคลึงกัน อาทิ ปริมาณฝนและสภาพอากาศที่คาดเดาได้ยาก

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมหารือการจัดกิจกรรมวัฒนธรรมครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เคนยา และได้มอบของที่ระลึกแก่เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเคนยา ได้แก่ กุญแจเมืองจำลอง จำนวน 1 กล่อง และหนังสือ “As Floral Tributes for His Majesty the King” จำนวน 1 เล่ม เพื่อแสดงถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน

ประเทศไทยและสาธารณรัฐเคนยาได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2510 (ค.ศ. 1967) โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นและใกล้ชิด เคนยาถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญสูงสุดในทวีปแอฟริกาสำหรับประเทศไทย และมีศักยภาพสูงในการเป็นหุ้นส่วนหลักทางยุทธศาสตร์ ทั้งในมิติเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

นอกจากนี้ สาธารณรัฐเคนยายังเป็นประเทศเดียวในทวีปแอฟริกาที่มีกลไกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission: JC) กับประเทศไทย โดยมีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 17–18 มิ.ย. 2553 (ค.ศ. 2010) ณ กรุงไนโรบี ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการแสวงหาลู่ทางขยายปริมาณการค้า ตลอดจนจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee) เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเร่งรัดการดำเนินการตามข้อตกลงในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป